วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

หมออุ้มบุญเข้าพบตร.ปฏิเสธตลอดข้อหา

หมออุ้มบุญเข้าพบตร.ปฏิเสธตลอดข้อหา

"หมอพิสิฐ" เจ้าของคลินิก "ออลไอวีเอฟ" เข้าพบตำรวจลุมพินีกลางดึก ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา วอนสังคมเห็นใจ

จากรณีแม่อุ้มบุญ ตั้งท้องเด็กทารก ให้กับนายมิตซูโตกิ ชิเกตะ ชาวญี่ปุ่น ที่มาใช้บริการสถานพยาบาล ย่านเพลินจิต จากนั้นตำรวจได้ออกหมายเรียก นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล เจ้าของคลินิก ออลไอวีเอฟ ย่านเพลินจิต มีกำหนดให้ปากคำวันที่ 6 กันยายน หากไม่เดินทางมา ทางตำรวจต้องดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ในวันที่ 8 กันยายน หลังจากนั้นทนายความได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอให้ทางตำรวจเลื่อนให้ปากคำของ นพ.พิสิฐ โดยอ้างเหตุผลพ่อป่วย เป็นวันที่ 10 กันยายน

ที่สน.ลุมพินี เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 8 กันยายน นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล เจ้าของคลินิก ออลไอวีเอฟ ย่านเพลินจิต พร้อมด้วย นายรุ่งโรจน์ ดิจบรรจง ทนายความเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก. สน.คลองตัน พ.ต.อ.เดชา พรมสุวรรณ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมทั้งให้ปากคำก่อนกำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 2 ข้อหา ประกอบด้วย “ไม่ควบคุมและดูแลให้แพทย์ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม” และ “ประกอบกิจการและดำเนินสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งใช้เวลาเข้าให้ปากคำกว่า 2 ชั่วโมง โดยมีบรรดาสื่อมวลชนมาทำข่าวจำนวนมาก

ต่อมาเมื่อเวลา 00.10 น. นพ.พิสิฐ ออกมาจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย พร้อมทั้งเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เหตุที่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกล่าช้า เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ได้มากที่สุด เพื่อใช้ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง ขณะเดียวกันคุณพ่อของตนนั้นมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งตนนั้นในฐานะที่เป็นลูกและเป็นแพทย์จึงอยากจะดูแลผู้เป็นพ่ออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ขอยืนยันว่าตนศึกษาจบด้านเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ จากประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งการเปิดให้บริการสถานพยาบาลออลไอวีเอฟ มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากทางด้านสูตินารีแพทย์ครบถ้วนทุกอย่าง อยากจะขอความเห็นใจกับสังคม ส่วนด้านคดีความขอมอบหมายให้ทางทนายความเป็นผู้รับผิดชอบ

ด้านนายรุ่งโรจน์ ดิจบรรจง ทนายความ กล่าวว่า ทางตัวของ นพ.พิสิฐ นั้นได้เดินทางมาพร้อมกับตนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก พร้อมทั้งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ในส่วนของใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล รวมทั้งเอกสารสำคัญนั้นจะนำมายื่นต่อพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ภายหลัง ทั้งนี้ทีมทนายความนั้นได้เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อเพิกถอนข้อบังคับบางข้อของแพทยสภา ที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ขณะที่ พ.ต.อ.เดชา กล่าวว่า ภายหลังจากการชี้แจงข้อกล่าวหาพร้อมทั้งการสอบปากคำในเบื้องต้นนั้น ทาง นพ.พิสิฐ ได้ปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาพร้อมทั้งจะนำเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล “ออลไอวีเอฟ” มายื่นต่อพนักงานสอบสวน ในหลังจากนี้จะนัด นพ.พิสิฐ พร้อมกับนายรุ่งโรจน์ ทนายความ เพื่อนัดสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งภายใน 30 วันหลังจากนี้ ขณะเดียวกันนี้ในส่วนของแม่อุ้มบุญจำนวน 2 รายนั้นยังไม่ได้ประสานมาแต่อย่างใด