วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำกระจายลงทุ่งท่วมพรหมพิราม-บางระกำไม่หนัก

น้ำยมจากสุโขทัยได้ไหลผ่านเข้าสู่เขตพิษณุโลกแล้ว แต่ไม่ท่วมหนัก ส่วนใหญ่กระจายลงทุ่งนา

ผวจ.พิษณุโลกตรวจเยี่ยมชาวบ้านคอลงปลากราย อ.บางระกำ บ้านลอยน้ำ 5 หลังพร้อมใช้งาน ท้องถิ่นเสนอทำประตูกั้นน้ำยมสายเก่าที่ต.ท่านางงามพร้อมคันดินกั้นน้ำสูง 2 เมตร ระยะทาง 2 กม. บรรเทาน้ำท่วม แก้ปัญหาภัยแล้ง

วันที่ 7 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำจ.พิษณุโลก เช้านี้แม่น้ำน่านช่วงไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกระดับลดลงเล็กน้อย ที่เชิงสะพานเอกาทศรถอยู่ที่ 4.58 เมตร สภาพน้ำแดงและขุ่นมาก เช้าวานนี้อยู่ที่ 5.18 เมตร ส่วนแม่น้ำยม มวลน้ำก้อนใหญ่ได้ไหลผ่านเขตจ.สุโขทัยเข้าสู่เขตจังหวัดพิษณุโลกแล้ว น้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า คลองเมม ต.ท่าช้าง เริ่มไหลล้นตลิ่งในที่ต่ำ ส่วนแม่น้ำยมที่อำเภอบางระกำเช้านี้อยู่ที่ระดับ 6.83 เมตร ระดับตลิ่งอยู่ที่ 7 เมตร

ส่วนที่ริมลำคลองบางแก้ว หรือแม่น้ำยมสายเก่า บ้านคลองปลากราย ม.1 5 ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการช่วยเหลือและประเมินสถานการณ์น้ำของจังหวัดพิษณุโลก รุดตรวจเยี่ยมประชาชน โดยเยี่ยมบ้านลอยน้ำที่จังหวัด ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก และบริษัทเอกชน จัดสร้างให้ชาวบ้านจำนวน 5 หลัง ว่ายังคงสภาพที่จะลอยน้ำได้หากเกิดปัญหาน้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และได้ฟังสรุปสถานการณ์น้ำจาก

นายบัณฑิต อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จังหวัดพิษณุโลก หลังจากที่เดิมมีการประเมินว่า วันนี้น้ำที่มีปริมาตรจำนวนมากระลอกแรก ที่ผันสู่แม่น้ำยมสายเก่าได้หลากมาจาก อำเภอสวรรคโลก ผ่าน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย และผ่านอำเภอพรหมพิราม และ เข้ามาท่วมอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นว่า ปริมาณน้ำส่วนใหญ่ได้กระจายเข้าสู่ผืนนา และบ้านเรือนประชาชนในเขตอำเภอกงไกรลาศ โดยกระจายแบบไม่ท่วมหนัก ทำให้น้ำในแม่น้ำยมสายเก่าวันนี้ มีระดับที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังไม่เอ่อล้นตลิ่งท่วมอำเภอบางระกำตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็ต้องรอประเมินสถานการณ์น้ำระลอกที่ 2 ที่เพิ่งเพิ่มระดับสูงสุดจาก อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เมื่อ 21.00 น.ที่ผ่านมานี้ก่อนว่าจะมาสมทบอีกหรือไม่

ขณะนี้ทางชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ได้จับตาสถานการณ์น้ำจาก จ.สุโขทัย ที่จะไหลเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก พบว่ามวลน้ำเริ่มไหลเข้าสู่เขต ต.ท่าช้าง ต.วังวน อ.พรหมพิราม แล้ว แต่ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นน้ำที่ไม่ได้ไหลมาตามแม่น้ำ แต่เป็นการยกตัวขึ้นตามทุ่งนา และพื้นที่ลุ่มต่ำมากกว่า แต่ก็ต้องรอดูปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอีกครั้ง จากที่คาดการณ์ไว้ว่ามวลน้ำจะมาอยู่ในพื้นที่ อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ ถึง 300 ล.ลบ.ม.นั้น ภายใน 1-2 วันนี้ แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเนื่องจาก จ.สุโขทัยได้ผันน้ำเข้าทุ่งทะเลหลวงแทน ทำให้น้ำจะไหลมาสู่จังหวัดพิษณุโลกเพียงไม่น่าเกิน 150 น.ลบ.ม. ซึ่ง ทั้ง 2 อำเภอรับได้ เนื่องจากพื้นที่รับน้ำทั้ง 2 อำเภอ เสมือนแก้มลิง สามารถรับได้ถึง 750 ล้านลบ.ม. จากการตรวจสอบนั้นเชื่อว่าภายใน 7-10 วัน จะเห็นน้ำท่วมเป็นทุ่งโล่งกว้างเหมือนทุกปีที่มีน้ำท่วม สามารถชะลอการไหลของเข้ามวลก้อนน้ำเข้าสู่ภาคกลางได้ ซึ่งในปีนี้สถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดพิษณุโลก ยังไม่น่านเป็นห่วงแต่อย่างใด

ในขณะที่นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ระบุว่าได้สอบถามผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งอำเภอบางระกำและ อำเภอพรหมพิรามแล้ว มีความต้องการใน 3 ประเด็นคือ ประการแรก อยากให้ทางการเลื่อนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อสิทธิต่าง ๆ จากเดิมเดือนมีนาคม ออกไปอยู่ช่วงเดือนเมษายน แทน และขอให้ชลประทานปล่อยน้ำในช่วงเดียวกัน เพื่อหลีกช่วงน้ำท่วมหรือกำหนดห้วงการทำการเกษตรอย่างถูกต้อง อย่างเช่นปีนี้ที่เกษตรกรไม่มีผลกระทบและวิตกต่ออุทกภัยเพราะเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วกว่า 90 % และประการสุดท้ายชาวบ้านได้ขอให้มีการสร้างประตูน้ำที่ ตำบลท่านางงาม พร้อมคันถนนสูง 2 เมตรเศษ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ริมแม่น้ำยมสายเก่า เพื่อประโยชน์ต่อการทำการเกษตรกว่า 170,000 ไร่ และจะทำให้ชาวบางระกำ มองปัญหาน้ำท่วมเป็นโอกาสมากกว่า โดยวันนี้ชาวบางระกำระบุว่าหากเกิดน้ำท่วมต่อจากสุโขทัย ก็ไม่วิตก เพราะสามารถปรับสภาวะต่าง ๆ รับมือไว้แล้วอย่างเป็นโอกาสมากกว่า