ขสมก.เชิญอนุกรรมการปปช. สถาบันการศึกษา ถกปัญหาราคากลางรถเมล์เอ็นจีวี3,183 คันครั้งสุดท้ายศุกร์7ก.ย.นี้
นางปราณี ศุกระศร กรรมการองค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก. ต้องยกเลิกขายเอกสารประกวดราคาโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน วงเงิน 13,162.2 ล้านบาท เนื่องจากคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดเฝ้าระวังโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้แก้ไขทีโออาร์เพราะมองว่าไม่โปร่งใส
โดยโต้แย้งว่าราคากลางรถปรับอากาศที่กำหนดไม่เกิน 4.5 ล้านบาท/คัน และรถธรรมดาไม่เกิน 3.8 ล้านบาท/คัน นั้น ขสมก. ไม่ได้สืบราคาจากผู้ผลิตหรือผู้ขายคัสซี แต่ใช้วิธีอ้างอิงราคาจากบริษัทขายรถ จึงเสนอให้ ขสมก. ว่าจ้างสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มาศึกษาเปรียบเทียบราคากลางให้เหมาะสมอีกครั้ง
คณะกรรมการทีโออาร์ของ ข.ส.ม.ก. ชี้แจงกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ในเบื้องต้นว่า สาเหตุที่ต้องใช้วิธีอ้างอิงราคากลางแบบนี้ เพราะราคากลางต้องอ้างอิงจากราคาซื้อรถเมล์ย้อนหลัง 2 ปี ซึ่งขสมก. ไม่มีการซื้อรถในช่วงนั้น จึงขอข้อมูลจากบริษัทรถและบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) มาพิจารณาก่อนกำหนดเป็นราคากลางและเป็นเพียงราคาเริ่มต้น ถ้าเกิดแข่งขันก็จะทำให้ราคาสุดท้ายลดต่ำลง
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการทีโออาร์ออกหนังสือเชิญคณะอนุกรรมการ ปปช.ฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันการศึกษาต่างๆ ทีดีอาร์ไอ และสำนักงบประมาณ มาหารือเรื่องประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับราคากลางและกรณีที่จะให้มีการศึกษาเปรียบเทียบราคากลางอีกครั้งในวันศุกร์ ที่ 5 ก.ย. นี้
“ถ้าที่ประชุมสรุปว่าควรมีการศึกษาราคากลางอีกครั้งและมีผู้รับทำการศึกษาก็จบ แต่ถ้าไม่มีทางคณะอนุกรรมการป.ป.ช.ฯ จะให้ ขสมก. ทำอย่างไร นอกจากเดินหน้าเปิดประมูลตามแผน ถ้ามีการศึกษาอีกครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน” นางปราณี กล่าว






