ตร.บุกชาร์จหนุ่มใหญ่คลั่งใช้ขวานทุบรถตัวเอง หลังเจรจาร่วม 2 ชม.ไม่เป็นผล
หนุ่มใหญ่คลุ้มคลั่งยืนถือขวาน-ทุบรถเก๋งตัวเองในหมู่บ้านกลางเมืองภูเก็ต ตำรวจเจรจาร่วม 2 ชม.ไม่เป็นผล ส่ง นปพ.ปิดล้อมใช้ปืนไฟฟ้ายิงก่อนบุกชาร์ตตัวนำส่งโรงพยาบาล
ศูนย์วิทยุเมืองภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชายฉกรรจ์เกิดอาการคลุ้มคลั่งยืนถือขวานและพยายามจะเปิดประตูรถเก๋งอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 34/5 ซอยหัสนานิเวศน์ 2/9 (หลัง รพ.อบจ.ภูเก็ต) ถ.ศรีเสนา ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เกรงว่าจะทำอันตรายกับประชาชนที่ผ่านไปมา หลังรับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผกก.พ.ต.ท.เชาว์ ผอมนะ รอง.ผกก.ป.นำกำลังสายตรวจและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นถนนภายในหมู่บ้านดังกล่าว พบชายฉกรรจ์ไม่สวมเสื้อ นุ่งเพียงกางเกงขาสามส่วนสีเขียวขี้ม้า ไม่ใส่รองเท้า ในมือถือขวานมีอาการคลุ้มคลั่งส่งเสียงเอะอะโวยวาย และพยายามเปิดประตูรถยนต์เก๋งยี่ห้อโฟล์คสวาเก้นสีขาว ทะเบียน กฉ 5178 ภูเก็ต โดยมีภรรยาตะโกนออกมาบ้านหลังหนึ่งใกล้กับจุดที่ชายฉกรรจ์ยืนอยู่ เพื่อให้สงบสติอารมณ์และกลับเข้าไปในบ้าน แต่ไม่เป็นผล โดยยังคงพยายามจะเปิดประตูรถและใช้มือทุบรถตลอดเวลา ก่อนนำขวานวางไว้บนหลังคารถ หากเห็นใครเข้ามาก็จะหยิบขวานขึ้นมาข่มขู่ ทางญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเกลี่ยกล่อมร่วม 2 ชม.แต่ไม่เป็นผล จึงประสานไปยังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) จังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.ธรรมสัน บุญทรง สารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมบุกเข้าชาร์ตจับกุมตัว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปีนเข้าไปในบ้านหลังที่อยู่ด้านหลังชายดังกล่าว เพื่อเตรียมพร้อมจะใช้ปืนช๊อตไฟฟ้าก่อนบุกชาร์ตตัว ในระหว่างที่มีการเกลี้ยกล่อมกันอยู่นั้น ก็ได้มีชายสูงอายุซึ่งเป็นญาติ พร้อมกับภรรยาของชายฉกรรจ์ดังกล่าวเดินปรี่เข้าไปหาโดยไม่สนใจการห้ามปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพยายามพูดคุยกับชายดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ นปพ.สบโอกาสใช้ปืนไฟฟ้ายิงไป 1 ครั้ง แต่ไม่เป็นผล และได้ใช้กระแสไฟฟ้าช๊อตแต่ก็ยังไม่เป็นผล จึงได้ใช้กระสุนยางยิงเข้าที่ต้นแขนขวา 1 นัด ส่งผลให้ชายดังกล่าวทรุดลงกองกับพื้นถนน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยที่รอจังหวะอยู่ก็ได้บุกเข้าชาร์ตจับกุมตัวไว้ได้อย่างปลอดภัย พร้อมนำตัวส่ง รพ.อบจ.ภูเก็ต เพื่อตรวจร่างกาย
จากการตรวจสอบ ทราบชื่อคือ นายปราโมทย์ ดีชูศร อายุ 40 ปี มีอาชีพเป็นกัปตันเรือยอชต์ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำรถยนต์ของนายปราโมทย์ออกมาจากจุดเกิดเหตุ และได้มีการตรวจค้นภายในรถแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
สอบถามน้องชายภรรยาของนายปราโมทย์ ทราบว่า ช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ย. หลังจากนายปราโมทย์ กลับจากทำงานก็มีอาการแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าได้เข้าไปถางป่าซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับบ้านพัก และบอกว่ามีคนแอบมองอยู่ ต่อมาช่วงสายๆ เริ่มมีอาการหนักขึ้นขับรถวนไปวนมาภายในซอยหลายรอบ ตนและชาวบ้านในละแวกดังกล่าวก็พยายามเข้าไปสอบถามและเกลี้ยกล่อม แต่ถูกใช้ขวานไล่ฟัน จึงต้องถอยออกมา ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดจากอะไร เพราะปกตินายปราโมทย์เป็นคนดี ไม่พูดมากและไม่สุงสิงกับใคร โดยประกอบอาชีพเป็นกัปตันเรือยอชต์ จะกลับมาบ้านเดือนละประมาณ 1-2 ครั้ง ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีอาการผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวสั้นๆ ว่า คงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ และในชั้นนี้คงไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ เพราะไม่มีใครถูกทำร้าย ส่วนรถคันที่นายปราโมทย์ทุบนั้นก็เป็นรถของเขาเอง






