สบส. เผยผลตรวจคลินิกเพิ่มอีก5แห่ง พบเป็นเอเจนซี่อุ้มบุญ4แห่ง ผิดกฎหมายสถานพยาบาล1แห่ง
นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า จากการติดตามกรณีอุ้มบุญได้มีการตรวจสถานพยาบาลด้านสูตินรีเพิ่มอีก 5 แห่ง ในจำนวนนี้พบว่า เอเจนซีเรื่องการอุ้มบุญ 4 แห่ง และผิดพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 จำนวน 1 แห่ง โดยเมื่อรวมกับที่สบส.ตรวจสอบก่อนหน้านี้ 12 แห่ง เป็น 17 แห่ง จากสถานพยาบาลทั้งหมด 45 แห่ง ซึ่งโดยสรุปพบว่าไม่ถูกต้องตามผิดพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 จำนวน 4 แห่ง ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และมีพฤติกรรมเป็นนายหน้า จัดหาหญิงรับทำอุ้มบุญ 7 แห่ง ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) เพื่อดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี โดยในลักษณะของเอเจนซี่ พบไม่มีความเกี่ยวโยงกับกรณีชายชาวญี่ปุ่น ส่วนอีก 6 แห่ง เป็นสถานพยาบาลผิดกฎหมาย 2 แห่ง อีก 4 แห่งถูกต้องตามกฎหมาย
“ในส่วนของเอเจนซี่ จากการตรวจสอบพบว่าเปิดเป็นบริษัท มีการคนไทยเป็นเจ้าของ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีต่างชาติเกี่ยวข้องหรือไม่ และใช้การโฆษณาอ้างช่วยเหลือผู้มีบุตรยาก”นพ.บุญเรืองกล่าว
นายบัณฑิต ตั้งประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ในส่วนของสคบ. เมื่อได้รับเรื่องมาแล้ว จะเร่งดำเนินการตรวจสอบในสวนเอเจนซี่ แล้วเสร็จ 1 สัปาดห์ โดยส่งเรื่องไปยังกระทรวงพาริชย์ เพื่อตรวจสอบว่า ได้รับจดทะเบียนจากกระทรวงพาณิชย์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมกับแนะให้กรณีเคส น้องแกรมมี่ ให้แม่น้องแกรมมี่ ควรมาแจ้งเรื่องเอาผิดขบวนการอุ้มบุญ ทั้งเอเจนซี่ และคลินิก ส่วนเรื่องของการโฆษณาทั้งทางออนไลน์ และตามสื่อต่างๆในเรื่องนี้จะรวบรวมส่งให้กสทช. และกระทรวงไอซีที เพื่อดำเนินการผิดการโฆษณา และเอาผิด
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีสื่อออสเตรเลียเสนอข่าวว่าพ่อชาวออสเตรเลียข่มขืนลูกแฝดจากการอุ้มบุญหญิงไทยว่า หากกรณีนี้เกิดขึ้นจริง สะท้อนให้เห็นว่า การอุ้มบุญไม่ทำให้รู้สึกถึงความผูกพัน คนที่เป็นพ่อไม่รู้สึกว่าเป็นพ่อที่แท้จริง นี่คือจุดอ่อนที่ต้องระมัดระวัง เพราะคนที่ได้รับผลกระทบที่สุดคือ เด็กที่เกิดมา และหากถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ จะกลายเป็นปมปัญหา ทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกสับสนว่า คนเป็นพ่อแม่ต้องดูแลเอาใจใส่ลูก แต่ทำไมถึงทำร้ายลูก สุดท้ายพวกเขาจะเกิดภาวะหดหู่ นำไปสู่อาการซึมเศร้า ไม่มีความสุข ซ้ำร้ายจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ กลายเป็นคนก้าวร้าว และพร้อมทำร้ายทุกคน เพราะตัวเองถูกทำร้ายมาก่อน ดังนั้น สิ่งสำคัญการจะทำการอุ้มบุญ จึงจำเป็นต้องเป็นคนในครอบครัว หญิงที่อุ้มบุญแทนต้องเป็นเครือญาติ เพราะช่วงเวลาของการอุ้มท้องจะต้องได้รับการดูแล มีความผูกพัน เพื่อเด็กที่เกิดมา
"ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ... จึงเป็นทางออกทางหนึ่งในการป้องกันเรื่องนี้ได้ ซึ่งจะเน้นในเรื่องของครอบครัว ความผูกพันเป็นหลัก" พญ.พรรณพิมล กล่าว






