วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คพ.แจงแผน3ระยะแก้วิกฤติขยะตกค้างทั่วประเทศ

คพ.แจงแผน3ระยะ-10หลักการ แก้วิกฤติขยะตกค้างทั่วประเทศ เผยระยะเร่งด่วน 11 จังหวัด เห็นผลใน 6 เดือน

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ถึงแผนการดำเนินงานแก้ปัญหาขยะ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบโรดแมพ และอนุมัติงบประมาณ 526 ล้านบาทในจัดการขยะตกค้างในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ว่า คพ.มีหลักการสำคัญในการปฏิบัติตามแผนงานดังกล่าวหมด 10 ประการ คือ

1.ห้ามไม่ให้ท้องถิ่นหรือใครที่รับจ้างกำจัดขยะ นำขยะมาเทกองในกลางแจ้ง 2.บ่อขยะเก่าที่ไปสำรวจไว้มีประมาณ 2,500 บ่อ ซึ่งในจำนวนนี้มี 2,424 บ่อ หรือประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ถูกต้อง โดยพบว่ามีการวางกองในกลางแจ้งก็จะต้องถูกจัดการ

และอาจจะต้องมีการสำรวจว่า บ่อขยะที่ไม่ถูกต้องมีการเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด รวมทั้งต้องดำเนินการจัดการบ่อขยะเก่า

3.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำกับดูแลในภาพรวมของจังหวัด และจะให้มีคณะกรรมการจัดการและแก้ไขปัญหาขยะในภาพรวมของจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ มาเป็นคณะกรรมการที่จะมาวางแผนในการจัดการปัญหาขยะ

4.คณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่หลัก ตั้งแต่ สำรวจ ทำแผนบริหารจัดการขยะระดับจังหวัด แล้วส่งมาให้ คพ.ดูว่าเห็นชอบหรือไม่ ถ้าไม่เห็นชอบ ก็กลับไปแก้ไข

ขณะเดียวกัน คพ.ก็มีสิทธิที่จะปรับแก้แผนดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การทำเป็นแผนแม่บทของระดับประเทศ และรัฐบาลให้ความเห็นชอบ

จากนั้นทุกจังหวัดทั่วประเทศที่จะดำเนินการของบประมาณต่างๆ จะต้องทำตามแผนแม่บท ไม่ใช่อย่างปัจจุบันที่มีการของบประมาณแบบสะเปะสะปะ

5.การสร้างรูปแบบการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยขยะจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย ซึ่งปัจจุบันเราแยกขยะเป็น 2 อย่าง คือ ขยะรีไซเคิล ส่วนขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะอันตราย ถูกนำมารวมกัน โดยท้องถิ่นต้องเก็บแยกเพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชนว่า คัดแยกแล้วไม่เปล่าประโยชน์

6.กำจัดขยะที่ปลายทางจะมีรูปแบบใหม่ คือ แบบรวมศูนย์ในอนาคต บ่อขยะที่มีอยู่ 2,500 บ่อ อาจจะลดลงเหลือไม่เกิน 500 บ่อ เมื่อรวมศูนย์แล้ว สิ่งไหนสามารถจะไปสู่พลังงานได้ก็อาจจะนำไปสร้างเป็นพลังงานทดแทน

7.สร้างระบบการจัดการของเสียอันตราย ไม่ว่าจะเป็นขยะอุตสาหกรรม ขยะติดเชื้อ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ของเสียอันตรายชุมชน อาทิ หลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉายที่ทิ้งแล้วไม่มีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ และกำจัดให้ถูกต้อง

8.การส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน เพราะเชื่อว่าหากเอกชนทำได้ดีกว่า หรือทำได้ถูกกว่า จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน โดยท้องถิ่น และคพ. เป็นหน่วยที่กำกับและตรวจสอบในเรื่องนี้

9.สร้างวินัยคนในชาติ มุ่งสู่ความยั่งยืน คงจะต้องหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ บรรจุเข้าไปในหลักสูตร ให้นักเรียนได้รับรู้ รวมถึงให้ในโรงเรียนถือปฏิบัติในการคัดแยกขยะด้วย ส่วนของชุมชน จะส่งเสริมในเรื่องของธนาคารขยะ หมู่บ้าน zero waste ซึ่งต้องทำอย่างจริงจัง

รวมทั้งต้องลดการใช้ถุงพลาสติก อาจจะมีขอความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า แต่หากไม่ได้ผลก็คงต้องมีการออกเป็นกฎหมาย ไม่ให้มีการแจกถุงพลาสติกฟรี

และ10.มุ่งไปสู่การจัดการแบบยั่งยืน คือ ไปจัดการที่ต้นทาง ตั้งแต่กระบวนการผลิต ที่จะทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ที่ใส่บรรจุสินค้าและอาหาร สร้างขยะและเป็นอันตรายให้น้อยที่สุด

แบ่ง3ระยะจัดการขยะทั่วประเทศ

นายวิเชียร กล่าวต่อว่า สำหรับระยะเร่งด่วน 6 เดือน มีเป้าหมายอยู่ 11 จังหวัด แบ่งเป็นพื้นที่จัดการขยะเก่าที่เป็นพื้นที่วิกฤติ 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครปฐม ลพบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี ส่วนการนำร่องรูปแบบใหม่ 5 จังหวัด คือ นนทบุรี ภูเก็ต สงขลา เชียงราย และกรุงเทพฯ

ส่วนระยะปานกลาง ใช้เวลา 1 ปี มีทั้งหมด 20 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง นครศรีธรรมราช ชลบุรี ชุมพร เพชรบุรี นครราชสีมา ยะลา สุราษฎร์ธานี ลำปาง ฉะเชิงเทรา ราชบุรี แพร่ กระบี่ ขอนแก่น ชัยนาท สมุทรสาคร ปราจีนบุรี และเพชรบูรณ์ และระยะยาว 1 ปีขึ้นไปในจังหวัดที่เหลืออีก 46 จังหวัด

ทั้งนี้การดำเนินการจะแบ่งเป็นกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ จัดการกำจัดขยะเก่าที่สะสมที่อยู่ใน 6 จังหวัด อย่าง จ.พระนครศรีอยุธยา มีขยะอยู่ 324,000 ตัน และลพบุรี 153,000 ตัน จะขนไปเผาที่โรงปูนเอกชน ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ขณะที่ จ.นครปฐม มีขยะประมาณ 290,000 ตันจะจ้างขนไปฝังกลบที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ส่วนใน จ.สระบุรี 140,000 ตันให้เอกชนฟื้นฟู ทำการคัดแยกและทำก้อนขยะส่งไปเป็นเชื้อเพลิงใช้ในการเผาปูนซีเมนต์หรือโรงไฟฟ้าต่างๆ

จ่อใช้ก.ม.บังคับเอกชน 2 แห่ง

ส่วนอีก 2 จังหวัด คือ จ.สมุทรปราการมีขยะกว่า 10 ล้านตัน เนื่องจากเป็นบ่อของเอกชน วิธีการจัดการ คือ จะบังคับใช้กฎหมาย โดยมีระเบียบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปกำกับหรือเร่งรัดท้องถิ่นให้บังคับกฎหมายตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 ตั้งแต่ สั่งปิดบ่อ ปรับปรุงบ่อเพื่อป้องกันผลกระทบ จากนั้นเอกชนต้องกำจัดขยะที่ตกค้างทั้งหมดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ถ้าเอกชน ไม่จัดการ ก็เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะจ้างบุคคลอื่นหรือเข้าไปดำเนินการเองแล้วไปฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายกับเอกชนอีกที เช่นเดียวกันใน จ.ปทุมธานี ที่มีขยะอยู่ 50,000 ตันก็จะบังคับใช้กฎหมายเหมือนกับ จ.สมุทรปราการ

5จว.นำร่องเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน

นายวิเชียร บอกว่า สำหรับการสร้างรูปแบบใหม่เพื่อมุ่งสู่พลังงานจะมีพื้นที่นำร่องทั้งหมด 5 จังหวัด คือ นนทบุรี ภูเก็ต สงขลา เชียงราย และกรุงเทพฯ โดยจะทำเป็นศูนย์รวม เช่น จ.นนทบุรี จะรวมอยู่ศูนย์เดียว เราจะแบ่งศูนย์รวมเป็น 3 ขนาด คือขนาดเล็ก ต่ำกว่า 50 ตันต่อวัน ขนาดกลาง 50 - 300 ตัน และขนาดใหญ่ เกิน 300 ตัน

"ทุกท้องถิ่นจะขนขยะเข้ามาที่ศูนย์ และถ้าเป็นขนาดใหญ่ ก็จะมีการสนับสนุนการสร้างเตาเผาขยะ เพื่อผลิตพลังงานทดแทน" นายวิเชียร ระบุ

คาด2ร่างก.ม.ใหม่เข้าสนช.ใน4เดือน

ขณะที่การวางระเบียบและกฎหมายต่างๆ เรื่องการกำจัดขยะชุมชน นายวิเชียร กล่าวว่า ใช้ พ.ร.บ.สาธารณสุข เนื่องจากกฎหมายเก่ายังไม่ยกเลิก จะหารือกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เพิ่มกฎกระทรวง เพื่อให้เป็นไปตามโรดแมพ กฎหมายใดที่สามารถปรับปรุงให้ทันสมัยก็ควรจะปรับปรุง

อธิบดี คพ. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังร่างกฎหมายใหม่ 2 ฉบับ คือ กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และร่างกฎหมายขยะชุมชน หรือ พ.ร.บ.ขยะแห่งชาติ คาดว่าจะเสนอต่อ สนช.ได้ภายใน 4 เดือน เพื่อเป็นกฎหมายใหม่ในการบังคับใช้ต่อไป ส่วนท้องถิ่นก็จะให้มีการออกข้อบัญญัติ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงต่างๆ

บรรจุ"แยกขยะ"ในหลักสูตรการเรียน

ส่วนการสร้างวินัยคนในชาติเพื่อให้มีการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางนั้น นายวิเชียร กล่าวว่า จะประสานกระทรวงสาธารณสุขว่าจะทำอย่างไร อาจจะบรรจุเข้าไปในหลักสูตร มีการทดลองการปฏิบัติธนาคารขยะในโรงเรียน

ก.พ.ปีหน้าแผนแม่บทขยะถึงมือครม.

นอกจากนี้กรอบเวลาการทำงานที่ คพ.วางไว้ต่อจากนี้ คือ ภายในเดือน ต.ค.2557 การสำรวจบ่อขยะต้องเสร็จ ภายในเดือน ธ.ค.2557 แผนบริหารจัดการขยะระดับจังหวัดต้องเสร็จ

เมื่อถึงเดือน ก.พ.2558 จะต้องเห็นแผนแม่บทขยะของประเทศ ที่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป

ส่วนการคัดแยกตั้งแต่ต้นทางและจัดให้มีระบบการจัดการของเสียอันตราย คิดว่าภายใน 6 เดือนจะเริ่มเห็นผล และท้องถิ่นจะต้องมีการคัดแยกขยะอย่างชัดเจน

ก.ทรัพยากรฯแม่งานประชาสัมพันธ์

ขณะที่เรื่องการประชาสัมพันธ์และสร้างจิตสำนึกนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นแม่งาน ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษาธิการ

"วิกฤติขยะจะได้รับการจัดการอย่างเป็นรูปธรรม แต่โรดแมพจะสำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย คาดว่าภายในไม่กี่ปีนับจากนี้ น่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของการจัดการขยะของประเทศไทย" นายวิเชียร กล่าว