วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตรวจ12คลินิกอุ้มบุญพบทำผิด10แห่ง

สบส. เผยผลลุยตรวจ12คลินิกอุ้มบุญ พบทำผิด10แห่ง ส่งชื่อ6แพทย์ เข้าข่ายเอี่ยวให้แพทยสภาพิจารณาจริยธรรม

ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) แถลงผลการตรวจสถานพยาบาลอุ้มบุญ ว่า จากการตรวจสอบสถานพยาบาลจำนวน 12 แห่งในกทม. พบว่า มีสถานพยาบาลที่เข้าข่ายมีความผิด 7 แห่ง แบ่งเป็น ความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 34(2) จำนวน 5 แห่ง มีความผิด ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในการประกอบวิชาชีพ

โดยให้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ญาติตั้งครรภ์แทน และอีก 2 แห่ง ผิดมาตรา 16 พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในกรณีไม่ขออนุญาตตั้งสถานพยาบาลถือเป็นคลินิกเถื่อน ส่วนอีก 5 แห่ง จากการตรวจสอบ พบว่า 3 แห่ง ไม่ใช่สถานพยาบาลแต่ดำเนินการเป็นเอเจนซี่ จัดหาการอุ้มบุญ ซึ่งจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สามารถเอาผิดกรณีหลอกลวง โฆษณาชวนเชื่อ ส่วนอีก 2 แห่ง ถูกต้องตามเกณฑ์

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวอีกว่า สำหรับแพทย์ที่เข้าข่ายความผิดมีทั้งหมด 6 ราย โดยได้ส่งชื่อให้แพทยสภา พิจารณาจริยธรรมแล้ว ซึ่งคาดว่าเมื่อมีหลักฐานพร้อม ชัดเจน น่าจะสามารถพิจารณาได้เสร็จภายใน 3 เดือน อย่างไรก็ตาม มีสถานพยาบาลที่ขออนุญาติเป็นสถานพยาบาลเฉพาะทางสูตินรีเวช ในกทม.จำนวน 18 แห่ง และทั่วประเทศอีก 155 แห่ง รวมเป็น 173 แห่ง ซึ่งจะได้ทยอยตรวจสอบทั้งหมดต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของกทม. ยังเหลืออีก 9 แห่ง จะสามารถตรวจสอบเสร็จในเดือน ก.ย.นี้ ส่วนในภูมิภาคจะประสานกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพื่อตรวจสอบต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นคลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวช แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ได้ทั้งหมด โดยแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนว่าสามารถทำได้มีเพียง 240 คน เท่านั้น

“ที่ผ่านมา สบส.มีการตรวจสอบมาโดยตลอด ไม่ได่นิ่งนอนใจหรือเพิ่งเคยตรวจสอบในตอนนี้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบการกระทำผิด อย่างไรก็ตาม ในส่วน ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ…. สบส.ได้ร่วมกับแพทยสภา และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย พิจารณาและมีความเห็นในการเสนอขอปรับปรุงเพิ่มเติม ในส่วนของการเพิ่มเนื้อหาของหญิงที่รับตั้งครรภ์แทน ต้องยึดตามเกณฑ์เดิมของแพทยสภา คือ ต้องเป็นเครือญาติเพื่อขจัดเงื่อนไขการตั้งครรภ์แทนเชิงพาณิชย์ ส่วนจะมีข้อยกเว้นเป็นรายๆไปนั้น ให้เป็นการพิจารณาของแพทยสภา และราชวิทยาลัยฯ”น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว

ต่อข้อถามว่า จากกรณีการนำเด็กออกนอกประเทศโดยใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการขอเป็นผู้ปกครองเด็ก โดยให้หญิงรับตั้งครรภ์รับว่าเป็นชู้ น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า กรณีดังกล่าวพิสูจน์ยากเพราะไม่มีการพิสูจน์ว่าเด็กเกิดจากเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์หรือไม่ และถือเป็นช่องว่างทางกฎหมาย และเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งจะต้องมีการช่วยกันเสนอความเห็นและหาทางป้องกันต่อไป ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมาย คสช.ได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาและเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกฝ่ายเสนอความเห็นในการปรับปรุงร่างกฎหมายได้ และสบส.จะนำความเห็นเสนอไปยังช่องทางดังกล่าวเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคลินิกที่ตรวจสอบแล้วเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล แบ่งเป็น 5 แห่ง ผิดมาตรา 34(2) ไม่ดำเนินการตามประกาศของแพทยสภา คือ 1. ออล ไอ.วี.เอฟ 2 .เอส.เอ.อาร์.ที 3. นิวไลฟ์ ไอ.วี.เอฟ 4. บางกอก ไอ.วี.เอฟ และ 5. เซฟเฟอทิลิตี้ ส่วนอีก 2 แห่งที่มีความผิดฐานไม่ขออนุญาตเปิดสถานพยาบาล หรือเป็นคลินิกเถื่อน คือ 1. คลินิกที่ไม่ได้ระบุชื่อ แต่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปคลินิกออล ไอ .วี.เอฟ และ 2 .นิวไลฟ์

ด้านศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวถึงการเรียกหมอทั้ง 2 ราย ที่ทำการอุ้มบุญให้กับน้องแกรมมี่และชายชาวญี่ปุ่น ว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ด้านจริยธรรมและสอบสวนกรณีอุ้มบุญ ที่แพทยสภาได้ตั้งขึ้นมาสอบสวนเรื่องอุ้มบุญโดยเฉพาะได้มีการเรียกแพทย์ทั้ง 2 ราย เข้ามาชี้แจ้งข้อกล่าวหาต่างๆแล้ว โดยในเบื้องต้นได้เรียกแพทย์ทั้ง 2 รายเข้ามาสัมภาษณ์และแจ้งข้อกล่าวหาให้หมอทั้ง 2 รายได้รับทราบแล้ว

และขณะนี้แพทย์เคสชาวญี่ปุ่นก็มีการเขียนคำชี้แจ้งมาให้กับทางคณะกรรมการฯแล้ว แต่สำหรับเคสแม่น้องแกรมมีตนยังไม่เห็นคำชี้แจ้งใดๆ แต่ได้เรียกมาสัมภาษณ์และแจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบไปแล้ว อย่างไรก็ตามจากที่มีการตรวจจับแหล่งทำอุ้มบุญผิดกฎหมายขณะนี้ทางแพทยสภาได้รับรายชื่อแพทย์ที่กระทำความผิดเพียง 2 ราย อย่างไรก็ตามเรื่องการพิจารณาความผิดนั้นคาดว่าจะรู้ผลเร็วๆนี้เนื่องจากทางแพทยสภามีการตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้เป็นโดยเฉพาะ