วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.ให้เวลา'ชิเกตะ'ถึงสิ้นเดือนชี้อาจรุกสอบที่ญี่ปุ่น

ตร.ขีดเส้น "ชิเกตะ" นักธุรกิจหนุ่มชาวญี่ปุ่น กรณีอุ้มบุญ ให้มาพบผ่านในสิ้นเดือนนี้ ชี้อาจบินไปสอบที่ญี่ปุ่น

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 ส.ค. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พูลศิริโภคา หัวหน้าพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว กล่าวถึงความคืบหน้าคดีอุ้มบุญเด็กทารกที่เป็นลูกของนายชิเกตะ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ว่าขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้สอบปากคำพยาน ที่เป็นแม่เด็กอุ้มบุญทั้ง 11 คนไว้ครบแล้ว รวมถึงพยานปากอื่นๆ ด้วย ซึ่งในส่วนของสำนวนคดีนั้น ใกล้แล้วเสร็จ รอเพียงคำให้การของนายชิเกตะ ที่จะต้องเข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนว่า กรณีที่ทำเด็กอุ้มบุญทั้ง 9 คนนั้น มีวัตถุประสงค์ใด หากพบว่า เป็นการนำไปเพื่อการค้ามนุษย์ ก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา และหากพบว่า เป็นการกระทำภายนอกราชอาณาจักร ก็จะประสานพนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนที่ต่างประเทศด้วย

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ประสานกับทนายความของนายชิเกตะ ขอให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทนายว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันเวลาใด ทั้งนี้ตำรวจจะออกหมายเรียก นายชิเกตะ ครั้งที่ 2 ในเร็วๆนี้ ส่วนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ สน.ลุมพินี นั้น ได้มีการประสานข้อมูลกันโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าหน้าที่จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือ สบส. มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าตรวจคลีนิค ออลไอวีเอฟ ว่า ได้ข้อมูลอะไร และดำเนินการ อย่างไรบ้าง

ต่อมา เวลา 12.00 น. พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยภายหลังจากสอบปากคำ นายมงคล ศรีสังข์ นักสังคมสงเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ถึงเหตุการณ์วันที่เข้าไปตรวจสอบอาคารเดอะนิช คอนโดมิเนียม ห้อง เลขที่ 466/151 ในซอยลาดพร้าว 130 ว่า รู้เบาะแสข้อมูลเกี่ยวกับเด็กอุ้มบุญทั้ง 9 คนได้อย่างไร และการเข้าไปตรวจสอบมีการดำเนินการอย่างไร

ส่วนกรณีที่มีสื่อรายงานข่าวว่า ทางการไทยจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบปากคำนายชิเกตะ ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ตอนนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอจากทนายความของนายชิเกตะ ว่าหากตำรวจจะเดินทางไปสอบปากคำที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีความเป็นไปได้ ที่จะประสานนายชิเกตะ มาให้ข้อเท็จจริงด้วยตนเอง เพราะทางลูกความไม่มั่นใจในความปลอดภัยหากจะเดินทางเข้ามาให้ปากคำในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม หากนายชิเกตะ ยังไม่ยอมมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน คดีนี้ก็ยังไม่สามารถปิดได้ เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่สมบูรณ์ และเด็กทั้งหมดจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของ พม. แต่หากคดียังยืดเยื้อ และแม่อุ้มบุญคนใดมีความประสงค์จะรับเด็กไปดูแล ก็เป็นสิทธิ์ที่กระทำได้ตามกฎหมาย ซึ่งต้องไปประสานกับ พม. แต่ทั้งนี้ ยอมรับว่า ผู้บังคับบัญชามีการประสานงานกับตำรวจสากลในการติดตามข้อมูลของนายชิเกตะ ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ที่ต้องติดตามข้อมูลจากตำรวจสากล และตนไม่สามารถให้ข้อมูลตรงนั้นได้