วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สถาบันดาราศาสตร์ปัดข่าวดาวอังคารใกล้โลก

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ยืนยัน ข่าวลือ "ดาวอังคาร" ใกล้โลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องจริง

ข่าวลือเรื่อง "ดาวอังคารใกล้โลก" มีมาอย่างต่อเนื่องว่า ดาวอังคารจะใกล้โลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นผลให้มองเห็นดาวอังคารมีขนาดเท่าดวงจันทร์เมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายเพียง 75 เท่า จนกลายเป็นข้อความชวนตื่นเต้นว่าจะมีโอกาสเห็นดาวอังคารใหญ่เท่าดวงจันทร์ หรือดาวอังคารจะมีขนาดใหญ่ราวกับเห็นดวงจันทร์สองดวงบนท้องฟ้า

ล่าสุด นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า "ดาวอังคารไม่เคยและไม่มีวันที่จะเข้าใกล้โลกจนมีขนาดปรากฏใหญ่เท่ากับดวงจันทร์ ดาวอังคารมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6,792 กิโลเมตร ห่างจากโลกเฉลี่ย 78,270,000 กิโลเมตร ดวงจันทร์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3,476 กิโลเมตร ห่างจากโลกเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร แม้ดาวอังคารจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าดวงจันทร์ แต่เนื่องจากโคจรอยู่ห่างจากโลกในระยะทางที่ไกลมาก การสังเกตดาวอังคารด้วยตาเปล่าจึงมองเห็นเป็นจุดสว่างเล็กๆ บนท้องฟ้าเท่านั้น

ต่างจากดวงจันทร์ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าแต่โคจรอยู่ใกล้โลกมากกว่า เราจึงมองเห็นดวงจันทร์ด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจนและมีขนาดใหญ่มาก การที่ดาวอังคารจะมีขนาดปรากฏบนท้องฟ้าใหญ่เท่าดวงจันทร์จึงไม่มีทางเป็นไปได้เลย

นายศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดาวอังคารจะมีขนาดปรากฏบนท้องฟ้าใหญ่เท่าดวงจันทร์ได้ ก็ต่อเมื่ออยู่ห่างจากโลกเพียง 780,000 กิโลเมตร หรือไกลกว่าดวงจันทร์ประมาณ 2 เท่า ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย ตามปกติแล้วดาวอังคารจะโคจรมาใกล้โลกทุกๆ 26 เดือน ซึ่งดาวอังคารจะโคจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (opposition) เป็นตำแหน่งที่ดาวอังคาร โลก และดวงอาทิตย์ เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกันโดยมีโลกอยู่ตรงกลางดาวอังคารเคยเข้าใกล้โลกมากที่สุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2546 ขณะนั้นอยู่ห่างจากโลกที่ระยะห่างประมาณ 56 ล้านกิโลเมตร หลังจากนั้นดาวอังคารเข้าใกล้โลกที่สุดในเดือนตุลาคม 2548 ธันวาคม 2550 มกราคม 2553 มีนาคม 2555 และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2557 ที่ระยะห่างประมาณ 92 ล้านกิโลเมตร

"ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้นตอข่าวลือต่างๆ ไม่ได้มาจากไหน แต่วนเวียนอยู่ในโลกไซเบอร์ที่มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่ต้องอาศัยวิจารณญาณในการรับรู้จึงขอให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ศึกษาข้อมูลและความเป็นไปได้ด้วยเหตุและผล ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง และควรระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้วย" นายศรันย์ กล่าว