รพ.ตำรวจผ่าตัด'ไทรอยด์'ผ่านกล้องสำเร็จ ชาติแรกอาเซียน
ภาวะต่อมไทรอยด์โตยังพบเห็นอยู่ในประเทศไทย แม้ว่าคนไทยจะมีคุณภาพด้านโภชนาการที่ดีในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม ทั้งนี้เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์โตมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือมีเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาการผ่าตัดต่อมไทรอยด์จะรักษาแบบเปิด (Open Surgery) โดยแพทย์จะลงมีดเปิดปากแผลที่คอแนวขวาง ทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่ หลายรายมีอาการแทรกซ้อน เช่น กลืนน้ำลายลำบาก แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เทคนิคการผ่าตัดได้รับการพัฒนา กระทั่งสามารถผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้องทางช่องปากได้ ทำให้ผู้ป่วยไม่มีแผลเป็นให้เห็น ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นน้อยที่สุด และเจ็บน้อยที่สุด
เทคนิคการผ่าตัดวิธีใหม่นี้ แพทย์หน่วยผ่าตัดผ่านกล้องศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ประสบความสำเร็จเป็นแห่งแรกในอาเซียน โดย นพ.อังกูร อนุวงศ์ กล่าวว่า ข้อดีของการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่ นอกจากจะไม่มีแผลเป็นให้เห็น 100% ด้วยเหตุผลของจุดที่ทำการผ่าตัดอยู่ในช่องปากแล้ว จุดที่มีการเปิดปากแผลยังทำให้แพทย์สามารถมองเห็นเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล่องเสียงทั้ง 2 ข้างที่ขนานหลอดลมได้ง่าย ทำให้ระหว่างการผ่าตัด เส้นประสาทนี้ไม่ได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้หลังผ่าตัดผู้ป่วยเสียงไม่แหบด้วย
นอกจากนี้ การผ่าตัดยังสามารถเข้าถึงต่อมไทรอยด์ได้ทั้ง 2 ข้างในระยะระหว่างช่องปากกับต่อมไทรอยด์ที่สั้นที่สุด ทำให้เสียเลือดน้อย หรือประมาณ 10-20 ซีซี.เท่านั้น ใช้เวลาน้อยกว่า จากเดิมโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณรายละ 2 ชั่วโมง คนไข้เจ็บน้อยมาก และยังไม่มีอาการชาที่บริเวณคางหรือลำคอซึ่งเป็นตำแหน่งของต่อมไทรอยด์
นพ.อังกูร กล่าวด้วยว่า โดยปกติหลังการผ่าตัด แพทย์จะให้ผู้ป่วยพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 3-4 วัน แต่กับการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่พบว่าผู้ป่วยบางรายนอนพักฟื้นเพียง 2 วัน ไม่มีอาการปวดต่างๆ หลงเหลืออยู่ ส่วนไหมละลายที่ใช้เย็บแผลผ่าตัดก็สามารถละลายได้เองภายใน 30 วัน ทำให้หลังออกจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ






