ตร.รวบคนร้ายขโมยทรัพย์สินผู้โดยสารบนรถไฟสายใต้ อ้างไม่ได้วางยาผู้โดยสาร
พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ ผบก.รฟ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.จิรพงศ์ รุจิรดำรงศ์ชัย รอง ผกก.6 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ร่วมกันจับกุมตัว นายอุสมาน หรือ สมนึก อาดัม อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1411/2557 ลงวันที่ 16 ส.ค.57 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ(รถไฟ) ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร” พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซิมการ์ด 3 อัน และบัตรเอทีเอ็ม 1 ใบโดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยคลองหลวง 50 อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
พ.ต.อ.อัคราเดช เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหาย 9 รายเข้าร้องเรียนกับทางตำรวจ บก.รฟ. ว่ามีคนร้ายขโมยของบนรถไฟ ตู้โดยสารที่ 10 ขบวนตู้นอนชั้น 2 สายกรุงเทพ-สุไหงโกลก ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่ให้การว่ารู้สึกมึนงง คล้ายถูกวางยานอนหลับ เมื่อรู้สึกตื่นขึ้นมาพบว่าทรัพย์ของมีค่า รวมมูลค่ากว่า 70,000 บาทได้หายไปแล้ว เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.00-04.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ด้วยคดีนี้มีความสลับซับซ้อนจึงทำการประสานตำรวจ กก.6 บก.ป. เข้ามาช่วยทำการคลี่คลายคดีเนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากนั้นทางตำรวจได้ทำการสืบสวน กระทั่งเมื่อช่วงสายของวันนี้(16 ส.ค.) ทราบว่า นายอุสมาน หลบหนีกบดานอยู่ภายในชุมชนย่านคลองหลวง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ บก.ป.
จากเเนวทางการสืบสวนทราบว่ารถไฟโบกี้ดังกล่าวมีที่นั่งทั้งหมด 40 ที่นั่ง ซึ่งจะมีการปิดประตูส่วนหัวขบวนเเละส่วนท้ายขบวน เมื่อเวลา 22.00 น. จึงเชื่อได้ว่าคนร้ายจะต้องเป็นคนใน 32 ผู้โดยสารเเน่นอน จึงตรวจสอบพร้อมขอรายชื่อตั๋วที่นั่งจากเจ้าหน้าที่รถไฟ กระทั่งพบผู้ต้องสงสัย คือนายอุสมาน กระทั่งออกหมายจับเเละจับกุมตัวได้ จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ต้องหาจะเลือกที่นั่งที่ 40 ซึ่งเป็นส่วนท้ายสุดของโบกี้ ก่อนจะถึงจุดที่พนักงานรถไฟนอนคุมโบกี้ดังกล่าว เพื่อง่ายต่อการสังเกตผู้โดยสารทั้งโบกี้ เเละสามารถสังเกตได้ว่าพนักงานหลับเเล้วหรือยัง
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่จะมีที่นั่งบริเวณกลางโบกี้ค่อนมาท้ายโบกี้เท่านั้น ขณะที่ผู้โดยสารส่วนหน้าโบกี้ไม่โดนลักทรัพย์แต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบริเวณที่นั่งกลางโบกี้นั้น เมื่อปรับเบาะจากนั่งเป็นนอนจะพบว่ามีปลั๊กไฟเตรียมไว้ให้ผู้โดยสารชาร์จโทรศัพท์ ซึ่งนายอุสมานอ้างว่าเพื่อนชื่อ นายอับดุลเลาะ สาหะ อายุ 21 ปี ทำทีเดินไปชาร์จโทรศัพท์มือถือที่ปลั๊กไฟดังกล่าว ก่อนจะเเอบขโมยโทรศัพท์เเละเงินของผู้เสียหายมา กระทั่งผู้เสียหายตื่นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนนำโทรศัพท์ไปซุกซ่อนไว้ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ค้นตัวไม่เจอของ
จากการสอบสวนนายอุสมาน ให้การรับสารภาพว่า เป็นคน อ.เเม่สิด จ.ตาก เเละมาขึ้นรถไฟที่สถานีหัวลำโพง กำลังจะเดินทางไปจ.ยะลา เพื่อไปนำเสื้อผ้ามือสอง จากจ.ยะลา มาขายที่กรุงเทพ ซึ่งเมื่อถึงสถานีหัวลำโพง ได้พบกับนายอับดุลเลาะ เป็นเพื่อนเก่าตั้งเเต่สมัยเรียน และได้โดยสารรถไฟมาด้วยกัน จากนั้นนายอับดุลเลาะ ได้วางเเผนให้ตนนั่งดูต้นทางให้ ส่วนนายอับดุลเลาะก็ไปขโมยเอาโทรศัพท์มือถือมา เมื่อถึงปลายทางที่จ.ยะลา พวกตนจึงลงจากรถไฟ วันต่อมาก็นัดเจอกัน เเละนายอับดุลเลาะก็เเบ่งโทรศัพท์มือถือให้ตน จำนวน 2 เครื่อง และได้เงินจำนวน 2,000 บาท กระทั่งตนมาถูกจับกุมได้ในที่สุด จากการสอบถามนายอุสมาน เพิ่มเติมทราบว่าของกลางที่เหลืออยู่บ้านของนายอับดุลเลาะ ในย่านมีนบุรี
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การเชื่อว่าผู้ต้องหาไม่ได้ทำกันเพียง 2 คนเท่านั้น น่าจะมีบุคคลอื่นสมรู้ร่วมคิดด้วย เนื่องจากหลังจากขโมยมือถือผู้เสียหายไปเเล้ว น่าจะมีบุคคลอื่นเป็นคนมารับโทรศัพท์ไปซ่อนไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ค้นตัวนายอุสมานเเละนายอับดุลเลาะ จึงไม่พบของกลางแต่อย่างใด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะติดตามตัวคนร้ายที่ยังหลบหนีเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับกรณีที่มีผู้เสียหายให้การว่าทุกคนอยู่ในสภาพมึนงง คล้ายถูกวางยานอนหลับ เมื่อรู้สึกตัวก็พบว่าทรัพย์สินสูญหายเเล้วนั้นว่าทาง พล. ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ 10 ได้นำปัสสาวะของผู้โดยสารในโบกี้ดังกล่าวไปตรวจสอบ ไม่พบสารเคมีใดๆ รวมทั้งนำผ้าห่ม ปลอกหมอน ผู้ปู ผ้าม่าน ในโบกี้ดังกล่าว ทั้ง 40 ชุด ไปตรวจสอบก็ไม่พบสารเคมีใดๆเช่นเกียวกัน จึงสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการวางยาผู้โดยสารในรถไฟเเน่นอน โดยหลังจากนี้ทางรถไฟจะเพิ่มมาตรการในการดูเเลความปลอดภัยผู้โดยสารขบวนรถไฟตู้นอนให้เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะจัดกำลังตำรวจขึ้นไปประจำยังตู้นอนเเต่ละตู้ ในส่วนของเลดี้โบกี้ หรือรถไฟสำหรับสุภาพสตรี จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตำรวจหญิงขึ้นไปดูเเลความเรียบร้อยบนขบวนตู้นอนอีกด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เเจ้งข้อหา ”ลักทรัพย์ ในยวดยานสาธารณะ(รถไฟ) ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร” และในเวลา 11.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม เจ้าหน้าที่จะนำตัวนายอุสมานไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ต่อไป

