วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ไทยพาณิชย์รับผิดชอบอย่างเหมาะสม

ครอบครัวน้องหยก ขู่หากธ.ไทยพาณิชย์ไม่รับผิดชอบสมเหตุสมผล เอาเรื่องถึงที่สุด ลั่นไม่ได้ตามต้องการไม่ฝังศพแน่

ที่วัดควนโพธิ์ เขตเทศบาลตำบลควนโพธิ์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นางสุกัลยา หนูพินิจ พร้อมด้วย นายสมโชค ขาวคง คุณแม่และคุณตาของเด็กหญิงปาริฉัตร หนูพินิจ (น้องหยก) อายุ 2 ขวบ 2 เดือน เหยื่อกระแสไฟฟ้าจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่านตาขาว ช๊อตเสียชีวิต พร้อมด้วยญาติๆได้ร่วมกันทำบุญถวายสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 8 รูป เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่น้องหยกหลังจากญาติได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลตามศาสนา ตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้ (15 สค) มีกำหนดจะประกอบพิธีฝังศพของน้องหยกในวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมนี้ โดยสาเหตุที่ไม่ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพเหมือนศพทั่วไป เนื่องจากน้องหยกอายุยังน้อย ซึ่งตามประเพณีความเชื่อที่ถือปฏิบัติกันมา หากเป็นศพเด็กและไม่มีน้องจะต้องประกอบพิธีฝังเท่านั้น

นายสมโชค ขาวคง คุณตาของน้องหยก กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางธนาคารไทยพาณิชย์ให้เงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างอยู่โรงพยาบาลตรังมาแล้วจำนวน 58,000 บาท และล่าสุดได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ว่า ในเย็นวันนี้ (16สค.) ผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์จากกรุงเทพฯจะเดินทางมาเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ และมอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัว ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่ทราบว่าทางธนาคารไทยพาณิชย์จะแสดงความรับผิดชอบช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของตนเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เพราะถึงจะให้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจะชดเชยความสูญเสียที่ครอบครัวได้เสียน้องหยกอันเป็นที่รักของครอบครัวไป แต่ยืนยันเรื่องที่เกิดขึ้นตนเห็นว่าธนาคารไทยพาณิชย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะกระแสไฟฟ้าที่ช๊อตมาจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งต่อพ่วงมาจากปั๊มน้ำมัน ซึ่งหากในเย็นวันนี้ทางผู้บริหารธนาคารแสดงความรับผิดชอบไม่เต็มที่ตนและครอบครัวจะไม่ฝังน้องหยกในวันจันทร์ตามกำหนดการเดิมแน่นอน และจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมยืนยันตั้งแต่เกิดเรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เดินทางมาสอบปากคำคนในครอบครัวเลยแม้แต่ปากเดียว ก็หวังว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับลูก หลาน ตน

ด้านนางสุกัลยา หนูพินิจ คุณแม่น้องหยก กล่าวว่า อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคน และขอให้เกิดขึ้นกับครอบครัวตนเป็นครั้งแรกและรายสุดท้ายไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวใครอีก และจากนี้ไปจะต้องระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าให้มากไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือออกไปนอกบ้าน โดยการทำบุญในวันนี้ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ลูกสาวพร้อมบอกให้ลูกสาวหลับให้สบายไม่ต้องเป็นห่วงแม่

ส่วนความคืบหน้าของคดีขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กำลังอยู่ระหว่างรอหนังสือรายงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าหน้าที่วิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรัง ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตู้เอทีเอ็มหาที่มาของกระแสไฟฟ้าที่รั่วจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว หลังหลายฝ่ายลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน เมื่อวานนี้ (15สค.) ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง ร่วมกับ พนักงานสอบสวน สภ.ย่านตาขาว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรมไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรัง โดยจะมีการรายงานให้ทราบในวันจันทร์หน้า (18 สค.) เพื่อประกอบการทำสำนวนคดี

อย่างไรก็ตาม พบว่าจากการที่เจ้าหน้าที่ทดสอบการปิดเปิดกระแสไฟฟ้าจากปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว ซึ่งตู้เอทีเอ็มก็ได้ต่อพ่วงจากปั๊มดังกล่าวด้วย พบว่าในช่วงค่ำของทุกวันหลัง 18.00 น.เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดสวิสซ์ไฟฟ้าป้ายชื่อโฆษณาของปั๊มน้ำมัน และอื่นๆ จะทำให้กระแสไฟฟ้าโอเวอร์โหลดออกมากระจายอยู่ตู้เอทีเอ็มซึ่งเป็นโลหะนำไฟฟ้า โดยตรวจวัดได้เกินประมาณ 191.4 โวลต์ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนที่ไปสัมผัสตู้