รื้อร้านบุกรุกหาดหัวหิน จ.ประจวบฯ สะดุด กลุ่มผู้ประกอบการไม่ยอมรื้อถอน ชี้พบราคาอาหารแพงกระทบนักท่องเที่ยว
วันนี้ (13 ส.ค.) นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นางสาวณุวรรณา อนันตกิจไพศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พลตรีสมพงษ์ ไทรงาม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 นายอำเภอหัวหิน ปลัดอำเภอหัวหิน นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ที่ดินหัวหิน ทหารมณฑลทหารบกที่ 15 ตำรวจภูธรหัวหิน ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เจ้าหน้าที่เทศกิจหัวหิน คณะกรรมการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน ประชุมซักซ้อม สรุปแนวทางในการดำเนินการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน ซึ่งวันนี้เป็นวันดีเดย์ในการรื้ออาคาร สิ่งปลูกสร้าง ร่ม เตียงผ้าใบที่รุกล้ำชายหาดหัวหิน
ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดระเบียบชายหาดหัวหินครั้งนี้ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งการรักษาความสะอาด และการจัดมาตรฐานราคา
โดยเฉพาะในส่วนของราคาอาหารนั้น ถือว่าเป็นปัญหาอย่างมากที่แพงจนเกิดการร้องเรียน ทั้งนี้จะต้องมีการทำข้อตกลงร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความชัดเจนและกำหนดแนวทางที่ตรงกัน ทั้งนี้ในการประชุมครั้งนี้ มีการยืนยันแล้วว่าจะไม่ให้มีการประกอบอาหารที่ชายหาดหัวหิน กำหนดทางเดินชายหาด การกำหนดพื้นที่สำหรับการกางเต้น และเตียงผ้าใบ
สำหรับการรื้อถอนในวันนี้ จะมีการนำเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าไปอำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบ รวมทั้งจะต้องระมัดระวังไม่ให้ข้าวของเสียหาย และมีการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ ทั้งนี้จากข้อมูลเบื้องต้น ผู้ประกอบการตลอดแนวชายหาดยินยอมที่จะทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำชายหาดหัวหินออกไป
ส่วนเรื่องราคาอาหารชายหาด จะต้องมีการเรียกผู้ประกอบการมาประชุมร่วมกัน เพื่อวางแนวทางกำหนดราคากลาง รวมทั้งจะต้องทำป้ายราคากลางกลางติดตั้งไว้ชายหาดหัวหิน อย่างไรก็ตามบรรยากาศที่บริเวณทางลงชายหาดหัวหิน
อย่างไรก็ตามหลังจาก นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ตรีสมพงษ์ ไทรงาม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 นายอำเภอหัวหิน นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ตำรวจหัวหิน ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 15 กำลังพลจากศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองหัวหิน ได้นำเครื่องจักรกลหนัก มาเตรียมพร้อม ก็ได้มาเตรียมพร้อมในการอำนวยความสะดวกในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างชายหาดแล้ว พร้อมยืนยันจะไม่มีการใช้วิธีการรุนแรงอย่างเด็ดขาด
แต่เมื่อลงไปที่ชายหาดหัวหิน ปรากฏว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ชายหาดหัวหิน จำนวน 66 ราย ที่ต้องรื้อถอนออกนั้นปรากฏว่ามีรื้อถอนออกไปรายเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลืออ้างว่าเจ้าของร้านไม่อยู่ เดินทางไปส่งเรื่องร้องเรียนต่อสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า กรณีดังกล่าวทางหน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการกับในส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่มาดำเนินการกับผู้ระกอบการรายย่อยถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
อีกทั้งผู้ระกอบการบางส่วนยังบอกว่า การชี้แจงของหน่วยงานไม่ครอบคลุมทำให้ผู้ประกอบการบางรายไม่เข้าใจ และกรณีปัญหาราคาหาอาหารแพงนั้น ก็เป็นเพียงบางร้านเท่านั้น ทำให้ทางผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้หารือและเห็นว่าในวันนี้เมื่อผู้ระกอบการไม่อยู่ ก็คงยังไม่รื้อถอนและจะดำเนินการเข้าชี้แจงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพื่อขอให้รื้อถอนร้านค้าเพิงพักที่บุกรุกออกไป เพราะที่สาธารณะห้ามไม่ให้บุคคลใดๆมาครอบครอง
อย่างไรก็ตาม ทางผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และฝ่ายทหาร รวมทั้งคณะกรรมการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่ทางผู้ประกอบการได้ร้องเรียนในวันนี้ ซึ่งทางเราถือว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและตามนโยบายของ คสช. การบุกรุกที่ดินสาธารณะนั้นถือว่าผิดอยู่แล้ว รวมทั้งปัญหาที่ผู้ประกอบการขายราคาอาหารแพงเกินความเป็นจริง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่สมควรเกิดขึ้นซึ่งผมได้สั่งการให้ทาง การค้าภายใน พาณิชย์จังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ลงมาดำเนินการ และจัดเจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรม ลงมาบริเวณชายหาดหัวหิน เพื่อรับเรื่องปัญหาที่นักท้องเที่ยวเดือดร้อนต่อไป
พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวผู้ประกอบการ ถือโอกาสกอบโกยซึ่งไม่สมควรปัญหาหาอาหารแพง และการบุกรุกที่ชายหาดหัวหิน เกิดมานานแต่ปัญหาเรื้อรังจนมาถึงทุกวันนี้ ราคาอาหารแพงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมีการแจ้งความที่ สภ.หัวหิน จนรายล่าสุดเมื่อวานนี้และเมื่อคืนทางผู้เสียหายก็ไม่เอาเรื่องทางร้านอาหารต้องปรับลดราคาอาหารลง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนชายหาดหัวหิน มาเห็นการเก็บร่มเตียงผ้าใบออกไปจนเห็นหาดต่างกล่าวว่าในรอบ 10 กว่าปีไม่เคยเห็นแบบนี้อยากเป็นเช่นนี้ตลอดไป และเห็นว่าการที่ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องมาจัดระเบียบชายหาดหัวหิน เป็นเรื่องที่ดีเพราะชายหาดเป็นที่สาธารณะไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ส่วนราคาอาหารที่แพงจนเป็นข่าวนั้น คงเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องหามาตรการมาดำเนินการไม่ให้ผู้บริโภคโดนเอารัดเอาเปรียบอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ น.ส.จงกลนี ฤทธิยงค์ ตัวแทนร้านค้าชายหาดหัวหิน รวม 160 ร้าน ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์ร้องเรียนประชาชน ทำเนียบรัฐบาล กรณีได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งรื้อถอนจัดระเบียบ ร้านค้าริมชายหาดหัวหิน โดยแจ้งผู้ค้าว่าเป็นคำสั่งของคสช.เท่านั้น จึงขอให้พิจารณาการจัดระเบียบร้านค้าชายหาดหัวหิน และพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดรวมทั้งนายอำเภอดังกล่าว
น.ส.จงกลนี กล่าวว่า มีการรื้อถอนแต่เพียงซุ้มขายอาหารเล็กๆ เท่านั้น แต่ที่สร้างเป็นอาคาร ทั้งๆ ที่ตั้งอยู่บนชายหาดเช่นเดียวกัน แต่กลับไม่มีคำสั่งรื้อถอนแต่อย่างใด จึงขอความกรุณาจากคสช. พิจารณาเรื่องการจัดระเบียบร้านค้า รวมทั้งพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายอำเภอหัวหินลงนามทำการรื้อถอนซุ้มขายอาหารตลอดแนวชายหาดหัวหิน
ทั้งนี้ กรณีกระแสข่าวเรื่องร้านค้าริมชายหาดหัวหินขายอาหารที่ราคาสูงกว่าปกตินั้น น.ส.จงกลนี กล่าวว่า เนื่องจากไม่มีราคากลางเป็นมาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้เคยเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดไปก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจมีร้านอาหารบางร้านที่มีราคาที่สูงเกินจริง จึงอยากให้มีการตั้งราคากลางระบุให้ชัดเจน จะได้มีมาตรฐานเดียวกัน






