จนท.นำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าตลาดโรงเกลือ ยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 10 ล้านบาท
นายนิมิตร แสงอำไพ ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนและปราบปราม 2 กรมศุลกากร ร่วมกับนายสัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ,พล.ต.สุริยา ปาวรีย์ ผบ.จทบ.สระแก้ว, พ.อ.พิชิต มีคุณสุต ผู้บังคับการเฉพาะกิจ กรมทหารพราน 12 กองกำลังบูรพา และ พ.ต.อ.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว รก.ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันเข้าตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
โดยได้นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้า นัมเบอร์วัน เลขที่ 222ม.7 บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ซึ่งอยู่ห่างตลาดโรงเกลือ 50 เมตร เป็นโกดังที่สร้างติดกันรวม 26 ห้อง มีนายบุญลือ ชิติรัตนทรีย์ อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของ
นายบุญลือ ให้การว่า สร้างโกดังไว้ให้ผู้ค้าชาวไทยและกัมพูชาไว้เก็บสินค้า โดยโกดังทั้ง 26 ห้อง มีทั้งผู้ค้าชาวจีน ชาวเวียดนาม และ ชาวกัมพูชา มาเช่าเก็บสินค้ารวม 10 ราย แต่ไม่ทราบว่าเป็นสินค้าประเภทอะไร
จากนั้นชุดปฏิบัติการ ได้ให้นายบุญลือ เปิดโกดังเพื่อขอตรวจสอบสินค้าภายในโกดังทั้งหมด เนื่องจากสืบทราบว่าโกดังดังกล่าวเป็นแหล่งซุกซ่อนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และจากการระดมตรวจค้นของ พบว่าทั้ง
26 โกดัง มีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 3 ห้อง จำพวกผ้าห่มละเมิดตราลิขสิทธิ์สโมสรฟุตบอลแมนยูไนเต็ด ผ้าขนหนูละเมิดตราลิขสิทธิ์ ยี่ห้อหลุยส์วิคตอง และ อามานี่
จากนั้นได้ตรวจค้นพบเปลญวน ผลิตจากประเทศเวียดนาม เก็บไว้ที่โกดังห้องที่ 8 แต่ไม่มีเอกสารการเสียภาษีนำเข้าประเทศไทย จึงได้ตรวจยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมดซึ่งมีมูลค่ารวม 10 ล้านบาท ส่งให้นายสัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ นำไปเก็บรักษาและเรียกเจ้าของสินค้ามาดำเนินคดีต่อไป
นายสัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ได้ร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 1206ฯและ ตร.สภ.คลองลึก ทำการกวาดล้างจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของ คสช.ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและตรวจยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ประเภทเสื้อผ้ากีฬา ละเมิดลิขสิทธ์สโมสรฟุตบอลไทยทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เมืองทอง ยูไนเต็ด และเชียงรายยูไนเต็ด จำนวนมากกว่า 1,000 ชิ้น
นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจยึดรองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อฟริปฟร็อป และกางเกงยีนส์ยี่ห้อลีวายส์ ได้อีกกว่า 200 ตัว รวมมูลค่าอีกกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งหากรวมกับการตรวจยึดจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในวันนี้ เท่ากับสามารถจับกุมและตรวจยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ได้มีมูลค่ารวมเกือบ 15 ล้านบาท






