วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โอกาสน้อย อีโบลาในไทย

แพทย์จุฬาฯย้ำโอกาสน้อยอีโบลาระบาดมาไทย ไทยไม่เคยพบผู้ป่วย ติดโรคยากกว่าไข้หวัด

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการแถลงข่าว เรื่อง "อีโบลา...เมื่อมาถึงไทย...รับมืออย่างไร?" โดยศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โรคอีโบลาไม่ไช่โรคใหม่ มีมาเกือบ 40 ปี ถ้าเป็นโรคที่ระบาดใหญ่คงมีการระบาดไปไกลกว่านี้ แต่การระบาดเกิดขึ้นมากกว่า 20 ครั้ง แต่ละครั้งมีผู้ป่วย 500-600 คน สามารถควบคุมโรคได้อย่างดี

การระบาดในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเกิดการระบาดมาเกือบ 5 เดือนยังจำกัดอยู่ใน 3 ประเทศแอฟริกาตะวันตกเท่านั้น การที่ยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ เนื่องจากเกิดขึ้นในหมู่บ้านที่ค่อนข้างยากจน ห่างไกลการเข้าถึงกระบวนการสาธารณสุขและแพทย์มีน้อย บวกกับมีความรู้น้อยและมีความเชื่อบางอย่างที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้มากขึ้น เช่น การทำความสะอาดศพด้วยมือเปล่าก่อนที่จะฝัง เป็นต้น

ศ.นพ.ยง กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยโรคอีโบลามีอาการคล้ายไข้เลือดออก มีการรั่วไหลของเลือดและน้ำเหลืองออกจากหลอดเลือดเหมือนไข้เลือดออก และทำให้การแข็งตัวของเลือดเสีย เกิดภาวะเลือดออกภายในร่างกาย โดยโรคมีระยะฟักตัว 2-21 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย การอักเสบของตับ ไต การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เลือดออกในอวัยวะภายใน และเสียชีวิต มีอัตราป่วยตาย 50 -90 % ยังไม่มียารักษาเฉพาะและวัคซีนป้องกัน

การติดต่อจากคนสู่คน โดยการสัมผัสเชื้อโดยตรง จากสารคัดหลั่งของผู้ป่วยเป็นโรคทั้งอาเจียน ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำตา น้ำลาย เลือด เป็นต้น

โดยทั่วไปผิวหนังปกติจะป้องกันการเข้าของเชื้อโรคได้ เว้นแต่จะมีบาดแผลหรือมือไปแตะต้องแล้วมาขยี้ตาหรือแคะจมูกก็จะทำให้ติดเชื้อได้ ยังไม่พบการติดต่อทางเดินหายใจ ซึ่งโอกาสในการติดเชื้อหรือแพร่ของโรคอีโบลาน้อยกว่าการติดเชื้อไข้หวัด อีกทั้ง ผู้ป่วยที่อยู่ระยะฟักตัวและยังไม่มีอาการของโรค โอกาสจะแพร่กระจายไปผู้อื่นน้อยมาก เพราะฉะนั้นการเดินสวนกับชาวแอฟริกัน หรือการพูดคุยไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อแต่อย่างใด

โรคอีโบลามีโอกาสต่ำที่จะมีการระบาดจาก 3 ประเทศมาประเทศไทย เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงและอัตราตายสูง เมื่อป่วยมีอาการจะไม่สามารถเดินทางไกลได้ หากโรคนี้จะเข้ามาในประเทศไทยจะเป็นช่องทางคนจากประเทศที่มีการระบาดเดินทางเข้ามาในประเทศไทยหรือคนไทยเดินทางไปในพื้นที่มีการระบาด

ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสิทธิคุณ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากการที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯได้ดำเนินการสำรวจในประเทศไทย โดยค้างคาว จำนวน 699 ตัว ลิง 50 ตัว ปรากฏว่าไม่พบเชื้อ ประเทศไทยจึงไม่มีแหล่งรังโรคอีโบลาในธรรมชาติ