วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คราบเลือดมัดผู้ต้องหาฆ่าน้องแก้ม

คราบเลือดมัดผู้ต้องหาฆ่าน้องแก้ม ตร.จ่อส่งสำนวนอัยการสัปดาห์หน้า

ตำรวจเผยหลักฐานมัดผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้ม ผลตรวจคราบเลือดที่บ๊อกเซอร์ตรงกับดีเอ็นเอผู้เสียหาย จ่อสรุปสำนวนส่งอัยการ 15 ก.ค.นี้ ด้านเครือข่ายจากสื่อสังคมออนไลน์ รวมตัวกันที่ห้างฯ ดังกลางเมือง เรียกร้องเพิ่มโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมตั้งโต๊ะล่าชื่อเสนอ คสช.พิจารณา

พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (12 ก.ค.) ถึงผลการชันสูตรศพน้องแก้มว่า ผลการชันสูตรศพน้องแก้มและการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอในศพตรงกับนายวันชัย แสงขาว อดีตพนักงานปูเตียงการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้ต้องหาในคดีนี้ หลังจากนี้ทางนิติเวชจะได้ส่งผลตรวจต่างๆ ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวบรวมหลักฐาน สรุปสำนวนต่อไป

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวนได้ส่งเสื้อผ้าผู้ต้องหาที่ใส่ในวันที่เกิดเหตุไปตรวจสอบเพิ่มเติม หลังจากเข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องแล้วยึดมาได้ โดยเฉพาะกางเกงชั้นใน หรือบ๊อกเซอร์ของนายวันชัยที่มีคราบเลือดติดอยู่ไปตรวจสอบแล้ว ผลปรากฏว่า คราบเลือดที่ติดอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นของเด็กหญิงผู้เสียหาย

รายงานข่าวแจ้งว่า หลักฐานสำคัญนี้สอดคล้องกับคำให้การของนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาอีกคนที่ร่วมกระทำผิด ซึ่งให้การว่า ในวันเกิดเหตุเห็นคราบเลือดติดอยู่ที่บริเวณกางเกงชั้นใน หรือ บ๊อกเซอร์ของนายวันชัย

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเร่งออกผลตรวจเลือดอย่างเป็นทางการให้ได้ภายในวันที่ 15 ก.ค.เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมสรุปสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการต่อไป

ตำรวจพร้อมฟ้องผู้ต้องหาสัปดาห์หน้า

ส่วนความคืบหน้าในการรวบรวมหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีนี้นั้น วานนี้ (12 ก.ค.) พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์) ได้มีคำสั่งให้คณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ซึ่งมาจาก สภ.หัวหิน สภ.หนองพลับ สภ.ปากน้ำปราณ สภ.กุยบุรี และ สภ.ปราณบุรี รวม 20 นายตรวจสอบพยานหลักฐาน และประสานงานกับอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง และรัดกุมมากที่สุด

อย่างไรก็ดีมีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนเตรียมสรุปสำนวนซึ่งมีความหนากว่า 500 หน้าเพื่อส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการจังหวัดได้ในวันที่ 15 ก.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้มี 2 คน คือ นายวันชัย คนลงมือข่มขืนและฆ่า และนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี เพื่อนพนักงานทำความสะอาดรถไฟขบวนรถเดียวกัน ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนดูต้นทางและทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่างแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมข่มขืน

โดยก่อนเกิดเหตุนายวันชัย นายหนึ่ง และเพื่อนพนักงาน อีก 2 คน คือ นายจ๊อดและนายเก่ง ร่วมกันดื่มเบียร์ กระทั่งเวลาต่อมานายวันชัย ได้ไล่นายจ๊อดให้ไปนอน ก่อนที่นายเก่งจะลุกตามไป จึงเหลือเพียงนายวันชัยและนายหนึ่งที่สมรู้ร่วมคิดกัน จากนั้นนายวันชัย จึงสั่งให้นายหนึ่งคอยดูต้นทางให้นายวันชัยไปก่อเหตุ

ล่าชื่อหนุนแก้ก.ม.เพิ่มโทษคดีทางเพศ

ส่วนความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เพิ่มโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศเป็นประหารชีวิตนั้น กลุ่มเครือข่ายเพจเฟซบุ๊คในชื่อ พวกเราต้องการเปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเป็นลงโทษประหารชีวิตเท่านั้น และผู้สนับสนุน ประมาณ 10 คน รวมตัวกันที่ลานพาร์คพารากอน ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และรณรงค์ให้แสดงพลังสนับสนุนผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มบทโทษสำหรับคดีล่วงละเมิดทางเพศ

น.ส.สลิตา พงษ์สวัสดิ์ อายุ 23 ปี ผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊คดังกล่าว กล่าวว่า การรวมกันวันนี้เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของประชาชน และอยากให้คนในสังคมเห็นว่า เหตุการณ์คดีที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว อยากให้สังคมทั้งโลก ตระหนักถึงความสำคัญของโทษทางเพศ

ส่วนกรณีที่ต่างชาติไม่เห็นด้วยกับการลงโทษโดยการประหารชีวิตนั้นเห็นว่า อยากให้ดูเป็นรายกรณี เพราะคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หากผู้ต้องหารับสารภาพ แล้วจะได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษก็มองว่า ไม่ควรมีการลดหย่อนโทษ

เสนอให้ผู้รู้เห็นรับโทษเท่าผู้กระทำ

ส่วนโทษของผู้ที่มีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุนั้นก็ต้องได้รับโทษเท่าเทียมกับผู้ที่ลงมือกระทำเพราะถ้าผู้ต้องหามีจิตใจเป็นมนุษย์และสำนึก ตอนเหยื่อร้องขอชีวิตก็ต้องมีความรู้สึกที่จะไม่กระทำ

น.ส.สลิตา กล่าวอีกว่า จะรวบรวมรายชื่อกลุ่มคนที่เห็นด้วยในการแก้กฎหมายเพิ่มโทษ ซึ่งขณะนี้ ได้กว่า 30,000 รายชื่อแล้ว มอบให้ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารานักแสดงชื่อดัง ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เพื่อส่งมอบให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรวมกันของกลุ่มนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) จำนวน 1 กองร้อย กระจายกำลังตั้งแต่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน ถึงลานหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเพื่อดูแลพื้นที่ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย