วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'3กองทุน'ชงคสช.แก้กม.ห้ามรพ.เก็บเงินป่วยฉุกเฉิน

"3กองทุนสุขภาพ" เห็นพ้องชงคสช.ออกกฎหมายห้ามรพ.เรียกเก็บเงินจากคนไข้เข้ารักษาฉุกเฉิน

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานความร่วมมือระหว่าง 3 กองทุน คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.), ประกันสังคม โดยสำนักงานประกันสังคม(สปส.) และสวัสดิการข้าราชการ โดยกรมบัญชีกลางว่า จากการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง 3 กองทุน โดยเฉพาะเรื่องระบบบริการฉุกเฉินร่วม 3 กองทุน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาประชาชนถูกเรียกเก็บเงินจากสถานพยาบาล และการหาหน่วยบริการภายหลังภาวะวิกฤติ

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำปัญหาที่พบมาวิเคราะห์และกลั่นกรอง และเห็นชอบร่วมกันที่จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ภายในวันที่ 15 ก.ค.2557 เพื่อให้เดินหน้าต่อในโครงการนี้ แต่ต้องออกเป็นกฎหมาย กำหนดไม่ให้มีการเรียกเก็บเงินจากประชาชนในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยให้เรียกเก็บจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะดำเนินการได้ด้วยการเพิ่มเติมในพ.ร.บ.สถานพยาบาล หรือ พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉินหรือออกเป็นประกาศคสช.

"การแก้ปัญหาเรื่องระบบบริการฉุกเฉินดังกล่าว ไม่ได้ต้องการให้โรงพยาบาลที่ให้บริการเกิดภาระ แต่การเจ็บป่วยฉุกเฉินต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะต้องได้รับการรักษาพยาบาล เรื่องการเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่ควรมองเป็นเรื่องธุรกิจ แต่เป็นการช่วยชีวิตคนมากกว่า แต่ที่ผ่านมาข้อปฏิบัติอาจยังมีปัญหาและเกิดความไม่ชัดเจน"

ทั้งนี้จากการสำรวจความพึงพอใจของประชาชน พบว่ามีความพอใจในนโยบายดังกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น การออกระเบียบดังกล่าวเพื่อให้เกิดความสะดวกในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายความว่าจะมีการตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่เพื่อดูแลเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นแนวทางที่เน้นปกป้องดูแลให้ประชาชนได้ประโยชน์ โดยกฎหมายสามารถออกได้ทั้งภายใต้ พ.ร.บ.สถานพยาบาล หรือ พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งรายละเอียดฝ่ายกฎหมาย จะได้หารือกันอย่างชัดเจนต่อไป

นพ.วินัย กล่าวอีกว่า สำหรับ 3 กองทุนยังมีประเด็นที่ต้องทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานการให้บริการเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการแล้วในส่วนของไต และเอดส์ โดยทั้งกระบวนการให้สิทธิเรื่องยาจะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากประชาชนมีการเปลี่ยนกองทุนไปมาของทั้ง 3 กองทุน มีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอด เช่น กรณีการล้างไต ช่วงเดือนต.ค.2555-ก.ย.2556 มีผู้ป่วยล้างไตรายใหม่ในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 6,100 ราย ย้ายไปสิทธิสวัสดิการข้าราชการ 26 ราย และประกันสังคม 14 ราย กลไกการให้สทธิประโยชน์จึงต้องทำให้เกิดความต่อเนื่องและประชาชนได้รับบริการมาตรฐานเดียวกันทั้ง 3 กองทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการประสานความร่วมมือ 3 กองทุน เรื่อง ระบบบริการฉุกเฉินร่วม 3 กองทุน ระบุว่าในเรื่องนี้มีความท้าทายในการดำเนินงาน ได้แก่ 1.มีคนไข้ไม่ฉุกเฉินวิกฤติเข้ารับบริการ 55% มีการร้องเรียน 700-800 รายต่อปี 2.มีการเรียกเก็บเงินจากคนไข้ 95% 3.ไม่สามารถหาเตียงเข้าโรงพยาบาลในระบบได้ 18% 4.โรงพยาบาลไม่พึงพอใจต่อการเรียกเก็บที่ได้รับ และ 5.กองทุนอื่น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือรัฐวิสาหกิจ ยังไม่จ่ายเงินคืน