'สื่อลามก'เกี่ยวอะไรกับค้ามนุษย์?

รายงาน..'สื่อลามก'เกี่ยวอะไรกับค้ามนุษย์?
กรณีไทยถูกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐปรับลดระดับในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ปี 2557 หรือ TIP Report จากที่เคยอยู่ระดับ เทียร์ 2 จับตาพิเศษ (Tier 2 Watch List) ไปอยู่ระดับเทียร์ 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด โดยอ้างเหตุผลว่าการจัดการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของไทยไม่เป็นไปตามมาตรฐาน (ของสหรัฐ) โดยเฉพาะกับสินค้า 5 ชนิดที่มีการใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็ก ได้แก่ อ้อย กุ้ง ปลา สิ่งทอ และ สื่อลามก นั้น
พร้อมกันนี้ยังอ้างเหตุเรื่องความล้มเหลวในการปราบปรามการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงของไทย การลักลอบนำแรงงานต่างด้าวมาใช้แรงงานและค้าประเวณี
อย่างไรก็ดี ปัญหาการค้ามนุษย์ในกิจการประมง และการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาใช้แรงงาน หรือค้าประเวณี เชื่อว่าเป็นประเด็นปัญหาที่สังคมไทยรับรู้รับทราบกันมาพอสมควรแล้ว แต่กับ "สื่อลามก" หลายคนอาจสงสัยว่าประเด็นปัญหานี้เข้ามาเกี่ยวข้องหรือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างไร
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จัดทำเอกสารอธิบาย ขอบเขตและองค์ประกอบในการคัดแยก "ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์" เอาไว้ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องข้อโต้แย้งในทางปฏิบัติระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนว่า ผู้เสียหายแบบใดจึงจะเรียกว่าเป็นผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์
โดยคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ ได้ตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาแนวทางการกำหนดขอบเขตและองค์ประกอบของการเป็นผู้เสียหาย หรือเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยมี พล.ต.ท.ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นประธาน ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาร่างขอบเขตและองค์ประกอบของการเป็นผู้เสียหายหรือเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยมี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งในขณะนั้นครองยศ พล.ต.ท. เป็นประธานคณะทำงาน
คณะอนุกรรมการฯ ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 18 คน ร่วมกันศึกษาองค์ประกอบและเกณฑ์การบ่งชี้ผู้เสียหายหรือเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยยึดหลักการจากกฎหมาย 2 ฉบับ คือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บง) ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 เป็นกรอบการพิจารณา
ทั้งนี้ ความหมายของ "ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์" หมายถึงบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการถูกกระทำโดยตรงในความผิดฐานค้ามนุษย์ ตามมาตรา 6 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ ส่วนเด็กหมายถึง บุคคลผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ตาม พ.ร.บ.เดียวกัน ซึ่งถ้ากระทำต่อเด็กไม่ว่าด้วยวิธีการใด และไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าเด็กเป็นผู้เสียหายหรือเหยื่อของการค้ามนุษย์
เมื่อพลิกดู มาตรา 6 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ ระบุว่า ผู้ใดเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยใช้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้นเพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล หรือ
(2) เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก ผู้นั้นกระทำผิดฐานค้ามนุษย์
สำหรับคำว่า "แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ" นั้น บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ระบุว่า แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หมายความว่า การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การผลิต หรือแพร่วัตถุหรือสิ่งลามก การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่นๆ การเอาคนลงเป็นทาส การนำคนมาขอทาน การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การบังคับตัดอวัยวะเพื่อการค้า หรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
ดังนั้นขอบเขตของการถูกกระทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเกี่ยวกับการค้ามนุษย์นั้น ให้ครอบคลุมความผิดต่างๆ ดังนี้
1.ค้าประเวณี 2.การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสิ่งลามก โดยการทำให้เกิดมีขึ้นตามที่ต้องการด้วยอาศัยแรงงานหรือเครื่องจักร หรือโฆษณาให้แพร่หลายซึ่งสิ่งของหรือวัสดุต่างๆ ในทางที่ผิดศีลธรรม และ 3.การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น
นอกจากนี้ยังรวมถึง การเอาคนลงเป็นทาส, นำคนมาขอทาน, บังคับใช้แรงงานหรือบริการ, การบังคับตัดอวัยวะเพื่อการค้า และการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล
จะเห็นว่าในเรื่อง "สื่อลามก" นั้น กฎหมายค้ามนุษย์ไทยเองระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบเรื่องการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ แต่ในประเด็นนี้ แหล่งข่าวซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้เท่าที่ควร ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และแม้จะมีการจับกุมอยู่เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ถูกนำมารวมอยู่ในเรื่องค้ามนุษย์ จึงทำให้ถูกมองว่าไม่มีผลงานในทางปฏิบัติ
พนักงานสอบสวน บก.ปคม.รายนี้ ระบุว่า สื่อลามกที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ในความเห็นของเขานั้นมี 3 รูปแบบด้วยกัน คือ
1.การถ่ายภาพลามกอนาจารเด็กแล้วนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้กระทำผิดจะเป็นชาวต่างชาติ
2.การใช้เด็กมาจำหน่ายสื่อลามกอนาจารตามแหล่งชุมชนต่างๆ เช่น ตลาด แต่ในส่วนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ
3.การนำภาพของเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงไปใช้แสวงหาประโยชน์ที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ เช่น เด็กที่ถ่ายภาพตัวเองในลักษณะอนาจาร แล้วนำไปเผยแพร่ในระบบอินเทอร์เน็ตโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากนั้นจึงถูกนำไปใช้ในเว็บไซต์ลามกอนาจารเด็ก เป็นต้น
หลังจากที่สหรัฐออกรายงานชิ้นนี้มา ฝ่ายไทยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที โดยเฉพาะเรื่องสื่อลามกนั้น คาดว่าจะมีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาและมีแนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาในด้านนี้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ข้อนี้ให้ได้
ส่วนคำตอบจะตรงใจได้มาตรฐานที่สหรัฐกำหนดขึ้นเองหรือไม่นั้น คงต้องติดตามในรายงานฉบับหน้า!




