ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งตรัง เผยพบหลักฐานโยงแก๊งล่าพะยูน เล็งหามาตรการอนุรักษ์ พร้อมกวาดล้างเครื่องมือประมงอันตราย
นายประจวบ โมฆรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งที่ 6 จังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการส่งซากชิ้นเนื้อสัตว์ทะเลไปทำการตรวจสอบ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ผลปรากฎว่าเป็นเนื้อพะยูนจริง จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิด และอาจเกี่ยวโยงไปถึงขบวนการล่าพะยูนอย่างที่เป็นข่าว เพื่อนำกระดูกหรืออวัยวะต่างๆ ไปทำยาบำรุงกำลัง หรือนำไปทำเครื่องรางของขลัง
นายประจวบ กล่าวว่า ขณะนี้ ศูนย์ฯได้ประสาน ตำรวจ สภ.กันตัง เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อดำเนินคดีผู้ที่นำซากพะยูนดังกล่าวไปหาผลประโยชน์ รวมทั้งหามาตรการร่วมกับชุมชนเกาะลิบงเพื่ออนุรักษ์พะยูนอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น และกวาดล้างเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูน โดยเฉพาะโป๊ะน้ำตื้น น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พะยูนตายลง ก่อนถูกลักลอบนำซากไปแอบฝังไว้เพื่อรอวันขุดขึ้นมาขายให้กับนายทุน
ทั้งนี้ นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมทีมงาน ทำการบินสำรวจพะยูนด้วยเครื่องบินเล็ก อุลตราไลท์ ในท้องทะเลตรัง ซึ่งจากการสำรวจย้อนหลังในปี 2555 พบพะยูน 110-135 ตัว ต่อมาปี 2556 มีรายงานลดลง เหลือเพียง 110-125 ตัว เนื่องจากมีการพบพะยูนตายในทะเลตรังจำนวนกว่า 13 ตัว
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพะยูนเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา กลับมีแนวโน้มที่จะพบพะยูนในทะเลตรังจำนวนเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 50 ตัวต่อเที่ยวบิน ปกติในการบินสำรวจจะพบเพียง 30-40 ตัวต่อเที่ยวบินเท่านั้น ทำให้คาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีจำนวนพะยูนเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 125-135 ตัว
นอกจากนั้นจากการบินสำรวจพะยูนด้วยเครื่องบินเล็ก อุลตราไลท์ ยังพบพะยูนแม่ลูกมากกว่า 7 คู่ต่อเที่ยวบินด้วย จากเดิมที่จะพบได้เพียง 3-4 คู่ต่อเที่ยวบิน
ส่วนที่ จ.เพชรบุรี นายอนันต์ สุนทร ประมงอำเภอบ้านแหลม จ.เพชรบุรี เผยว่า กรมประมงได้ประกาศปิดอ่าวไทยตอนใน หรืออ่าวไทยรูปตัว ก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี รวมพื้นที่ 4,940.55 ตร.กม. กำหนด 2 เดือน ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.- 31 ก.ค.ของทุกปี โดยมีผลบังคับใช้ 3 ปี เริ่มปีนี้เป็นปีแรก
สำหรับเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามตามประกาศฉบับนี้ ประกอบด้วย อวนล้อมจับ อวนลาก อวนรุน อวนติดตา และอวนติดตาปลาทูที่ใช้ประกอบกับเรือกล อวนครอบ อวนช้อนหรืออวนยกที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำการประมงปลากะตัก
ส่วนเครื่องมือทำการประมงที่ยกเว้นตามประกาศประกอบด้วย อวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนรุน ที่ใช้ประกอบกับเรือกลลำเดียวความยาวเรือไม่เกิน 14 เมตร ทำการประมงได้เฉพาะในเวลากลางคืน เวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น อวนรุนเคยที่ใช้เนื้ออวนไนลอนชนิดไม่มีปมหรืออวนมุ้งพลาสติก ขนาดช่องตา 1.5 มิลลิเมตร หรือ อวนไนลอนสีแดง (ด้าย 3) อวนติดตาปลาทูที่มีขนาดช่องตาไม่ต่ำกว่า 3.8 เซนติเมตร ความยาวอวนไม่เกิน 2,000 เมตร ที่ใช้กับเรือกลความยาวเรือไม่เกิน 10 เมตร
เครื่องมืออื่นๆ ที่ไม่ระบุห้ามตามประกาศนี้และประกาศอื่นๆ รวมทั้งการทำประมงเพื่อการศึกษาวิจัย หรือทดลองทางวิชาการซึ่งกระทำโดยทางราชการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง
"ช่วงนี้ผมได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงได้รับรู้เรื่องการปิดอ่าว ก. รวมทั้งได้มีการออกตรวจดูการทำประมงของชาวประมงในทะเลบ้านแหลม ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมายังพบชาวประมงที่ทำผิดตามประกาศปิดอ่าว" ประมงอำเภอบ้านแหลม กล่าว
นายบุญยง นิ่วบุตร นายกสมาคมชาวประมงอำเภอบ้านแหลม กล่าวว่า เห็นด้วยที่กรมประมงปิดอ่าว ก.นาน 2 เดือน เพราะมีเวลาให้สัตว์วัยอ่อนได้พักฟื้นตัว อย่างไรก็ตามการปิดอ่าวจะมีผลกระทบกับประมงพาณิชย์บางประเภท เรือประมงที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นเรือประมงในเชิงพาณิชย์ หลายรายได้มาขอให้สมาคมประมงช่วยก็ได้แต่บอกว่าต้องรอ เพราะศาลปกครองได้ยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราวทำให้ชาวประมงต้องปฏิบัติตาม แต่ส่วนตัวมองว่าการปิดอ่าวจะส่งผลดีต่อชาวประมงในระยะยาว






