วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำมูลแห้งขอดกระทบผู้เลี้ยงปลากระชัง

ผู้เลี้ยงปลากระชังในจังหวัดบุรีรัมย์ เดือดร้อนหนัก หลังลำน้ำมูลแห้งขอดนาน5เดือน หลายรายขาดทุนสู้ไม่ไหวหันไปทำอาชีพอื่น

ผู้เลี้ยงปลาในกระชัง หมู่บ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กว่า 30 รายได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ หลังลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.สตึก ตื้นเขินนานกว่า 5 เดือน แม้ช่วงนี้จะมีฝนตกลงมาบ้างแต่ปริมาณน้ำก็ยังไม่เพียงพอที่จะลงเลี้ยงปลาได้ เนื่องจากน้ำจะไม่ไหลเวียนและเป็นกรดแก๊ส หากลงเลี้ยงปลาช่วงนี้ก็จะเสี่ยงทำให้ปลาตาย

จากผลกระทบกับดังกล่าว ทำให้เกษตรกรตัดสินใจเลิกเลี้ยงไปแล้วหลายราย และหันไปทำอาชีพอื่นแทน เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ธกส.ที่กู้ยืมมาลงทุนเลี้ยงปลา และใช้จ่ายในครอบครัว รายละหลายแสนบาท จากเมื่อก่อนหากมีน้ำเพียงพอจะสามารถเลี้ยงได้ถึงปีละ 3 รอบ แต่ปัจจุบันเหลืออีก 1 - 2 รอบเท่านั้น

นายดวด สำเภาเพชร อายุ 59 ปี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยเลี้ยงปลามากถึง 10 กระชังๆ ละ 2,000 ตัว แต่หลังจากประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากหลายปี จนทำให้ขาดทุนและมีหนี้สินที่กู้ยืมจาก ธกส.มาลงทุนเลี้ยงปลามากถึง 200,000 บาท จึงได้ตัดสินใจเลิกเลี้ยงมานานกว่า 4 ปีแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงทำนา และรับจ้างทั่วไปที่ตนเองพอจะทำได้ เพื่อหาเงินมาใช้หนี้สิน และเลี้ยงดูครอบครัว จากผลกระทบดังกล่าวจึงอยากร้องขอให้ภาครัฐได้เร่งเข้ามาสำรวจ เพื่อก่อสร้างฝายหรือเขื่อนยาง ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และเกษตรกร

ขณะที่ นายสัญญ์ธวัชช์ ริ้วเหลือง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ที่มาเร็วกว่าทุกปี ส่งผลให้แหล่งน้ำต่างๆ มีสภาพตื้นเขินและแห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภาวะภัยแล้งไปแล้ว 1 อำเภอ คือ อ.พุทไธสง และขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งเพิ่มอีก 2 อำเภอ คือ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ และ อ.ปะคำ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 ตำบล 140 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 24,054 ครัวเรือน 56,144 คน