background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

แพร่ข้อมูลจุดเสี่ยงแผ่นดินไหว

แพร่ข้อมูลจุดเสี่ยงแผ่นดินไหว

เผยข้อมูลแผ่นดินไหว ห่วงเขื่อน 2 แห่ง-ตึกเก่าใน กทม.

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ที่ จ.เชียงราย ซึ่งนับว่าเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย ทำให้บ้านเรือนประชาชน ถนนหนทาง รวมทั้งตึกสูง และวัดวาอารามหลายแห่งรอบจุดสั่นสะเทือนได้รับความเสียหาย

นอกจากนั้นยังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลต่อภัยธรรมชาติที่มิอาจทำนายล่วงหน้าได้ประเภทนี้

นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า เรื่องแผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบกัน ทั้งที่จริงๆ แล้วกรมทรัพยากรธรณีมีรายละเอียดทุกอย่างพร้อม ทั้งแผนที่ จุดเกิดแผ่นดินไหวที่มีรอยเลื่อนอยู่หลายจุดทั่วประเทศ เช่น จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์

แต่ละรอยเลื่อนมีตำแหน่งบอกชัดเจนว่าอยู่ในพื้นที่ใดของจังหวัดนั้นๆ ถ้าประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ ประชาชนก็จะรู้ว่าบ้านของตนเองอยู่ใกล้รอยเลื่อนอะไร อีกทั้งควรประกาศให้ชัดว่าแต่ละรอยเลื่อนมีการเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วกี่ครั้ง และระดับความรุนแรงเท่าไรบ้าง

ทั้งนี้ หากประชาชนในพื้นที่รับทราบข้อมูลเบื้องต้นล่วงหน้า ประชาชนก็จะได้ป้องกันตัวเองได้ เช่น อาจจะย้ายที่อยู่ให้ห่างจะรอยเลื่อนนั้นๆ หรือต้องสร้างบ้านพักอาศัยให้แข็งแรงกว่าเดิม เป็นต้น

"ขณะนี้ประชาชนยังไม่รู้ข้อมูล ก็ไปสร้างบ้านสร้างที่อยู่ทับอยู่บนหรืออยู่ใกล้ๆ รอยเลื่อน เวลาเกิดแผ่นดินไหว ไม่จำเป็นต้องระดับรุนแรงถึง 6 ริกเตอร์ แค่ 3-4 ริกเตอร์ก็ทำให้บ้านพังได้แล้ว รวมทั้งเป็นอันตรายต่อคนด้วย"

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ นายสมิทธ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้เสี่ยงต่อแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ และจะไม่มีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เหมือนอย่างประเทศจีน เนื่องจากรอยเลื่อนในประเทศไทยเป็นรอยเลื่อนขนาดเล็กและขนาดกลาง

อย่างไรก็ดี เมื่อยังมีรอยเลื่อน แม้จะเป็นขนาดเล็กและกลางแต่ก็ต้องเฝ้าระวัง เพราะนอกจากที่ จ.เชียงราย และภาคเหนือแล้ว ยังมีที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวจะเป็นอีกจังหวัดที่น่ากลัวมาก เพราะกาญจนบุรีมีรอยเลื่อน 2 แห่ง คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ติดกับเขื่อนศรีนครินทร์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ติดกับเขื่อนวชิราลงกรณ์

"รอยเลื่อนอยู่ใต้เขื่อนทั้ง 2 แห่งนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง เขื่อนอาจจะแตกร้าวได้ จนทำให้บ้านเรือนที่อยู่ใต้เขื่อนโดนน้ำท่วมเสียหาย"

ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลอย่างทั่วถึง รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรซักซ้อมแผนป้องกันเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวไว้ล่วงหน้า เพราะการเกิดแผ่นดินไหวไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้

ส่วนกฎหมายรองรับการสร้างตึกสูงในพื้นที่เสี่ยงภัยนั้น นายสมิทธ บอกว่า สมัยที่เป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาเคยเตือนกรมโยธาธิการและผังเมืองว่า ควรจะมีการประกาศกฎหมายการสร้างอาคาร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าการสร้างอาคารสูงและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว แต่ละอาคารต้องทำอย่างไร จึงต้องมีเอกสารการก่อสร้างอาคาร (Uniform Building Code) เป็นกฎหมายการก่อสร้างอาคารให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวด้วย

นอกจากนี้ นายสมิทธ ยังแสดงความเป็นห่วงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ แม้ใต้กรุงเทพฯจะไม่มีรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว แต่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ของดินอ่อน ดินเลน ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ห่างจากกรุงเทพฯไปสัก 200-300 กิโลเมตร คลื่นแผ่นดินไหวเมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ก็จะขยายตัวขึ้น อาจทำให้อาคาร บ้านเรือนในกรุงเทพฯที่ไม่แข็งแรงพังทลายได้

"มีตัวอย่างในประเทศเม็กซิโก เมืองเม็กซิโกซิตี้มีดินใต้เมืองเหมือนกับดินของกรุงเทพฯ อีกทั้งไม่มีรอยเลื่อนเช่นเดียวกันด้วย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 7-8 ริกเตอร์ห่างจากเม็กซิโกซิตี้ไปประมาณ 300 กิโลเมตร ทำให้บ้านเรือนในเม็กซิโกซิตี้พัง ดังนั้นกรุงเทพฯต้องระวังหากเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง"

"แต่ตึกสูงที่เพิ่งสร้างใหม่ผมไม่ค่อยห่วงว่าจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เพราะเคยคุยกับวิศวกรถึงโครงสร้างตึก เขาบอกว่าโครงสร้างของตึกสูงได้คำนวณเรื่องแผ่นดินไหวเผื่อไว้แล้ว ทว่าอาคารที่สร้างมาก่อนหน้านี้สัก 10-20 ปีที่ไม่มีการคำนวณเผื่อไว้ ใช้เหล็กและขนาดของเสาที่ไม่แข็งแรงพอ อาจจะทำให้เสียหายและแตกร้าวได้"

ด้าน นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า นับจากนี้ทุกครัวเรือนต้องเตรียม "ถุงยังชีพฉุกเฉิน" เพื่อสามารถใช้ในการดำรงชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม นม และกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งยาที่จะต้องใช้สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว รวมถึงเอกสารที่จำเป็น พวกบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน อีกทั้งจะต้องมีการซักซ้อมสมาชิกในครอบครัวหากเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย เช่น สถานที่นัดพบ ต้องแนะนำกันให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนดูแลเด็กและคนชรา

ทั้งนี้หากเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา และเรายังอยู่ในบ้านหรืออาคาร เราควรตั้งสติและให้หมอบลงกับพื้น อยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง กำแพง หรือบล็อกคอนกรีต หมอบใต้โต๊ะ หรือที่กำบังที่แข็งแรง หากขับรถอยู่ให้จอดรถชิดขอบทาง อย่าออกจากรถจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์อย่างเด็ดขาด โดยเมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้วควรเร่งตรวจสอบดูสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส อย่าเปิดใช้จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย