วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการชี้เชียงใหม่เสี่ยงแผ่นดินไหว

นักวิชาการมช. ชี้เชียงใหม่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวหนักซ้ำรอยเชียงราย รับไม่อาจพยากรณ์ล่วงหน้าได้

รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างมาก ขณะนี้ในส่วนของนักวิชาการของคณะกำลังทำการสำรวจรวบรวมข้อมูลของการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้เพื่อทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดต่อไป ซึ่งแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้น ตำแหน่งศูนย์กลางอยู่ที่รอยต่อระหว่างรอยเลื่อนพะเยากับรอยเลื่อนแม่ลาว มีความแรงถึง 6.3 ริกเตอร์ แรงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกในประเทศไทย หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า ความแรงดังกล่าวแรงที่สุดในรอบศตวรรษ

สำหรับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่อำเภอพานนั้น ตามธรรมชาติจะยังคงมีการเกิดอาฟเตอร์ช๊อคเกิดขึ้นตามมาอย่างต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง โดยเป็นการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนจะกว่าพลังงานที่สะสมไว้จะหมดไป แล้วค่อยๆ สะสมพลังงานใหม่จนกว่าจะมีการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนอีกในอนาคต ซึ่งปกติจะต้องใช้เวลาอีกนาน ดังนั้นเบื้องต้นหลังจากนี้ไม่น่าจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอีกโดยที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เดิมในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ก็อาจะมีความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นในจุดอื่นแทน ซึ่งไม่สามารถที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าได้

ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่นั้น อยู่ในพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนที่มีพลังพาดผ่านหลายรอยเลื่อน แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงขนาด 5 ริกแตอร์มานานแล้ว ซึ่งในอดีตเชียงใหม่เคยมีแผ่นไหวรุนแรงเกิดขึ้นมาแล้ว เห็นได้จากองค์เจดีย์ของวัดเจดีย์หลวงที่หักพังลงมาเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้ว ดังนั้นหากมองในแง่ความเป็นไปได้แล้วก็ต้องถือว่ามีโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้เช่นกัน

ขณะที่รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การเกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่สามารถที่จะพยากรณ์ล่วงหน้าได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญและควรที่จะทำคือการเตรียมการป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้ภาครัฐปรับปรุงกฎหมายควบคุมอาคารให้มีการบังคับให้อาคารทุกหลังมีโครงสร้างที่รองรับการเกิดแผ่นดินไหว ไม่ใช่บังคับเฉพาะแต่อาคารสูงเหมือนในปัจจุบัน สำหรับจังหวัดเชียงใหม่นั้น จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในช่วงที่ผ่านมาพบว่าในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงมากกว่า 5 ริกเตอร์ มีอาคารที่มีความเสี่ยงมากที่จะได้รับผลกระทบถึงประมาณร้อยละ 20 ส่วนใหญ่เป็นอาคารเก่า

ด้านนายแพทย์วัฒนา นาวาเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในส่วนของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยและคนไข้ของโรงพยาบาลแต่อย่างใด โดยสามารถดูแลได้ตามปกติและไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายคนไข้ ขณะที่การสำรวจโครงสร้างอาคารพบว่ามีส่วนที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เช่น มีเศษปูนแตกหล่น เกิดรอยร้าว เป็นต้น แต่ไม่มีผลต่อโครงสร้างหลักที่ยังมั่นคงแข็งแรงดี อย่างไรก็ตามจะมีการตรวจสอบและซ่อมแซมโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนระบบอื่นๆ เช่น ระบบไฟฟ้า และระบบท่อต่างๆ ยังเป็นปกติดี