วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกยึดยา-อาหารผิดกฎหมายเพียบ

ตำรวจภาค5-สสจ.บุกตรวจค้นบ้านพักกลางเมืองเชียงใหม่ พบลักลอบนำเข้าอาหาร-ยา ที่ไม่มีสลาก อย. เพียบ

เช้าวันนี้ (23 เม.ย.) พ.ต.อ.วรพงษ์ คำลือ ผกก.นปพ. กองบังคับการสืบสวนภาค 5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหมายค้นเข้าดำเนินการค้นบ้านนายปรีชา รัตนสร้างสรรค์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/33 ซ1 (ถนนสนามกีฬา) ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้สืบทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีการลักลอบนำเข้า อาหารและยาที่ไม่มีฉลาก อย. และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

เมื่อเดินทางไปถึงพบเป็นบ้านสองชั้น มีการจำหน่ายสต๊อกสินค้าประเภทอาหารกระป๋องและยาจำนวนมาก จึงได้ทำการตรวจ พบว่ามียาหลายประเภท ที่มีการติดฉลากเป็นภาษาจีนและภาษาพม่า ไม่มีฉลากภาษาไทย จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนระบุว่า นายปรีชา ให้การรับสารภาพว่าของทั้งหมดเป็นของตน ที่มีการนำเข้ามาจากชายแดนพม่าทางฝั่งอ.แม่สาย จ.เชียงราย และอ.แม่สอด จ.ตาก นำมาขายให้กับผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ โดยมีการทำมานานกว่า 5 ปี โดยเริ่มต้นนำเข้ามาเพียงเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นมีลูกค้ามาซื้อเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการสั่งสินค้าเพื่อจำหน่ายส่งให้กับผู้ประกอบการที่จะนำไปขายตามตลาดนัด ซึ่งเบื้องต้น ตนก็ไม่คิดว่าการนำเข้ายาและอาหารดังกล่าวจะผิดกฏหมาย

ด้านนายมโนรมภ์ สินธพอาชากุล เภสัชกรชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ายา และอาหารหลายประเภทไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างมาก โดยเฉพาะยาอันตราย ยาปฎิชีวะและที่สำคัญ ยาควบคุมพิเศษ ที่ตรวจสอบพบว่ามีสารสเตอรอย สูง ในประเทศไทยยังจะต้องมีการควบคุมยาชนิดดังกล่าว เมื่อผู้บริโภคไปนานๆ มีโอกาสเสียชีวิตได้ และเกิดอาการดื้อยา รวมทั้งอาหารกระป๋อง ฉลากภาษาพม่า ที่มีการผลิตที่ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหากับผู้ลักลอบในข้อหาพรบ.อาหารและยา มีการลักลอบจำหน่ายยาไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีฉลากถูกต้อ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ทางสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงใหม่ จะมีการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาค 5 ดำเนินการตรวจสอบการลักลอบนำเข้ายา และอาหาร ที่ไม่ถูกต้อง อย่างเข้มงวด เบื้องต้น ยังพบว่าในจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีจุดที่มีการลักลอบนำเข้ายาและอาหารที่ ไม่ถูกต้อง อีกประมาณ 2 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ก่อนจะนำไปออกหมายค้นต่อไป ขณะที่เส้นทางการลักลอกนำเข้า จะใช้เส้นทางตามตระเข็บสายแดนประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้น