กสร.คุมเข้มใช้'แรงงานเด็ก' ดันไทยหลุดแบล็คลิสต์สหรัฐฯ สำรวจลูกจ้างเด็กอยู่ในสถานประกอบกิจการกว่า 4,180 คน
หลังจากที่โครงสร้างระบบการศึกษาของไทย ได้เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ตามมาคือ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และแรงงาน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในด้านแรงงานนั้น พบว่าโครงสร้างทางการศึกษาที่เปลี่ยนไปเป็นภาคบังคับนานขึ้น ส่งผลให้ปัญหาแรงงานเด็กลดลง ประกอบกับปัจจัยตัวเลขสถิติคนงานไทยเดินทางไปทำงานในต่างประเทศลดลง เนื่องจากแรงงานมีการศึกษามากขึ้น และทำงานในประเทศมากขึ้น
นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) บอกว่าจากข้อมูลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าจำนวนแรงงานเด็กมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ที่ขยายระยะเวลาการศึกษาภาคบังคับจาก 6 ปี เป็น 9 ปี ตามนโยบายรัฐบาลที่ขยายโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้เด็กไทยทุกคน ต้องเรียนหนังสือตามภาคบังคับ 9 ปี จึงช่วยชะลอการเข้าสู่ตลาดแรงงานของเด็กได้
ทั้งนี้เนื่องจาก กระทรวงแรงงาน ของสหรัฐอเมริกา ที่มีบทบาทติดตามสถานการณ์การบังคับใช้แรงงานเด็กของประเทศต่างๆ ได้จัดทำรายงานและเผยแพร่บัญชีรายชื่อสินค้าที่มีเหตุผลเชื่อได้ว่าผลิตด้วยการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ (List of Goods Produced by Child Labor or Forced Labor) เพื่อกระตุ้นความตระหนักของผู้บริโภคและ นักลงทุนเกี่ยวกับปัญหาการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับในการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้อง
โดยบัญชีรายชื่อดังกล่าวปรากฏรายการสินค้าไทยที่ถูกระบุว่ามีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม กุ้ง อ้อย สื่อลามก ส่วนสินค้าปลา ระบุว่าผลิตจากแรงงานบังคับ
นอกจากนี้ภายใต้กฎหมายคำสั่งของฝ่ายบริหาร (ประธานาธิบดี) Executive Order 13126 มีอำนาจกำกับดูแลมิให้หน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่ทำสัญญากับหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯซื้อสินค้าที่ผลิตจากแรงงานเด็ก แรงงานบังคับหรือแรงงานขัดหนี้
โดยหน่วยงานดังกล่าวต้องตรวจสอบรับรองว่าในกรณีที่จะจัดซื้อสินค้าที่ระบุในบัญชีรายชื่อดังกล่าว จะต้องมีการตรวจสอบรับรองว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องผลิตจากแรงงานเด็ก แรงงานบังคับหรือแรงงานขัดหนี้หรือไม่ และในกรณีตรวจสอบพบว่า สินค้าที่เกี่ยวข้องมีปัญหาดังกล่าว รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอาจยกเลิกสัญญาซื้อขาย ระงับสัญญาซื้อขายหรือตัดสิทธิซื้อขาย การจัดทำรายงานและบัญชีรายชื่อของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาดังกล่าว เป็นการจัดทำข้อมูล โดยอ้างอิงข้อมูลที่มาจากเอกสารทางวิชาการอื่นๆ ที่เคยมีการเผยแพร่
จากสถานการณ์ดังกล่าว ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก รวมถึงส่งผลด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่ให้ความสำคัญต่อการละเมิดสิทธิแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ การส่งออกที่มีมูลค่ามหาศาล ที่มีตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป เป็นคู่ค้าสำคัญ นอกจากนี้ยังมีมาตรการดำเนินการเพื่อถอดสินค้าไทยออกจากบัญชีรายชื่อสินค้าใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) บอกว่าล่าสุด กสร.ได้กำหนดมาตรการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับหลายมาตรการ เพื่อแสดงให้เห็นถึงมาตรการคุ้มครองแรงงานเด็ก เช่น มาตรการด้านการตรวจแรงงาน โดยเน้นตรวจแรงงานในสถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยง คืออุตสาหกรรมกุ้ง อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล เรือประมง อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า และสถานประกอบกิจการขนาดเล็ก
ทั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีบทบัญญัติคุ้มครองเด็กอายุ 15 ถึงไม่เกิน 18 ปี หากพบการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมายในกรณีดังต่อไปนี้ ให้พนักงานตรวจแรงงาน ดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวนโดยการร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยไม่ต้องออกคำสั่ง และไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเปรียบเทียบ สำหรับความผิด ได้แก่ ห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเด็กสัญชาติใด ส่วนเด็กอายุ 15 ปี ไม่ถึง 18 ปี สามารถทำงานบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนดได้
"เด็กสามารถทำงานช่วยครอบครัวได้ ตราบใดที่งานนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก และไม่ขัดขวางการเรียนของเด็ก หากมีการใช้แรงงานผิดกฎหมายดังกล่าว มีบทกำหนดโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ปรับ 2 แสนบาท ทั้งจำทั้งปรับ" นายพานิชกล่าว
สำหรับผลการตรวจแรงงานนั้น อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน บอกว่า ปี 2556 ตรวจสถานประกอบกิจการจำนวน 48,861 แห่ง พบสถานประกอบกิจการจำนวน 663 แห่ง ที่มีการจ้างลูกจ้างเด็กจำนวน 4,180 คน ในจำนวนดังกล่าวพบการจ้างลูกจ้างเด็กผิดกฎหมายคือ อายุต่ำกว่า 15 ปี 8 แห่ง จำนวน 29 คน ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานได้ดำเนินคดีสถานประกอบกิจการที่กระทำความผิด รวมถึงทำการเรียกร้องสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกจ้างดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ยังพบการทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานลูกจ้างเด็กกรณีอื่นๆ ด้วยแต่ไม่มากนัก เช่น การไม่แจ้งการจ้างงานลูกจ้างเด็กอายุระหว่าง 15-18 ปี แก่พนักงานตรวจแรงงาน (คร.2), การใช้ให้ลูกจ้างเด็กทำงานในเวลา 22.00 - 6.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เป็นต้น ซึ่งกรณีเช่นนี้ นายพานิชย้ำว่าพนักงานตรวจแรงงานได้ดำเนินคดีกับสถานประกอบกิจการนั้นๆ แล้วทั้งสิ้น
รวมถึงการดำเนินงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพดำเนินคดีการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในคดีสำคัญ ได้แก่ การบังคับใช้แรงงานในเรือประมง (อำเภอกันตัง จ.ตรัง) การบังคับใช้แรงงานในโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ในอำเภอท่ามะกาจังหวัดกาญจนบุรี
พร้อมกันนี้ยังสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนสถานประกอบกิจการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ เช่น ในปี 2555 ลงนามความร่วมมือประกาศเจตจำนงต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและสมาชิกประเภทกิจการแปรรูปอาหารทะเล ประมง เครื่องนุ่งห่ม อ้อย ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมมือประกาศเจตจำนงความมุ่งมั่นร่วมกันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมายและแรงงานบังคับในส่วนกลาง และภูมิภาค
ส่วนแผนการดำเนินงานระยะต่อไปคือ จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานให้สามารถถอดรายการสินค้าออกจากบัญชีรายชื่อฯ ของกระทรวงแรงงาน สหรัฐอเมริกา ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้ในกิจการสินค้าเครื่องนุ่งห่ม โดยคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานเตรียมลงพื้นที่จังหวัดตาก พร้อมกับเชิญผู้แทนสถานทูตสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกันเพื่อให้ทราบกระบวนการถอดถอนรายการสินค้าและมาตรการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย








