คสรท.ห่วงปัญหาการเมือง-ค่าจ้างทำจ้างงานชะลอตัว เลิกจ้างพุ่ง แนะก.แรงงานตั้งทีมเฝ้าระวังรายจังหวัด เร่งช่วยเหลือให้ได้รับเงินชดเชย-งานใหม่
นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (ครสท.) กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานไทยในปีนี้ว่า ตนเชื่อว่าโดยภาพรวมอุตสาหกรรมต่างๆจะอยู่ในสภาพทรงตัวโดยอุตสาหกรรมรถยนต์คงไม่เติบโตเท่ากับปี2556 เพราะไม่มีนโยบายรถคันแรกเข้ามาช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้า และอุตสาหกรรมอาหารยังพอไปได้เพราะเป็นสินค้าจำเป็นซึ่งประเทศต่างๆยังคงต้องซื้อจากประเทศไทย
ส่วนอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากก็คือสิ่งทอและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใช้แรงงานเข้มข้นโดยเฉพาะกลุ่มลูกจ้างของบริษัทรับเหมาช่วงการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทและสถานการณ์ทางการเมืองของไทยที่ยังวุ่นวาย ทำให้ต่างชาติไม่กล้าเข้ามาลงทุนในไทยและหันไปในประเทศที่มีค่าจ้างถูกกว่าเช่น เวียดนาม ขณะนี้มีบริษัทต่างชาติที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเช่น ไอแพด ไอโฟนรายใหญ่เข้าไปตั้งฐานการผลิตแล้ว และอุตสาหกรรมก่อสร้างก็อยู่ในภาวะไม่แน่นอนเพราะโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลต้องชะลอออกไป รวมทั้งอุตสาหกรรมอัญมณีและเกษตรก็คงอยู่ในภาวะชะลอตัวเช่นกัน
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่น่าห่วงคือ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในอุตสาหกรรมต่างๆซึ่งมีเงินลงทุนน้อยและใช้แรงงานมาก อาจจะมีการเลิกจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นแต่คงไม่มากนัก ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมือง หากบ้านเมืองสงบเร็ว จะทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุน ธุรกิจเอสเอ็มอีก็อยู่ได้
"อยากให้กระทรวงแรงงานคอยเฝ้าระวังและวิเคราะห์สถานการณ์แบบรายไตรมาสตั้งแต่เดือนมกราคม 2557 และต่อเนื่องไปจนตลอดปีโดยตั้งคณะทำงานขึ้นมาในแต่ละจังหวัดเพื่อคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและลงพื้นที่สำรวจว่ามีแรงงานในอุตสาหกรรมใดบ้างที่เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง ซึ่งควรแยกออกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เสี่ยงเลิกจ้างมาก ปานกลางและน้อย เมื่อพบว่ามีแรงงานถูกเลิกจ้างก็เร่งให้ความช่วยเหลือให้ได้รับเงินชดเชยและเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆจากนายจ้างตามสิทธิที่ควรได้รับ รวมทั้งจัดหางานใหม่ที่เหมาะสมให้ทำด้วย"ประธานคสรท. กล่าว






