วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุทยานระบุกระทิงกุยบุรีตายรอผลอีก2สัปดาห์

"อุทยาน"ระบุกระทิงกุยบุรีตายแล้ว12ตัว คาดสารพิษ-โรคระบาดสัตว์ คาดผลตรวจออกอีก 2 สัปดาห์

จากกรณีพบกระทิงในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความตกใจในกลุ่มนักอนุรักษ์เพราะถือเป็นโศกนาฎกรรมด้านสัตว์ป่าครั้งใหญ่ก่อนวันคุ้มครองสัตว์ป่า 26 ธ.ค.นี้

นายนิพนธ์ โชติบาล รก. อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่า พบกระทิงตายทั้งหมด 12 ตัวแล้ว โดยทีมสัตวแพทย์กรมอุทยาน และทีมนิติวิทยาศาสตร์ ได้ลงพื้นที่บริเวณที่พบกระทิวตาย พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำในจุดเกิดเหตุ และร่องรอยต่างๆ รวมทั้งตรวจชันสูตรซากสัตว์เพื่อนำหาสารพิษตกค้าง แต่ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสรุปว่าการตายของกระทิงป่ากุยบุรี ไม่เกิดจากการถูกยิง หรือถูกล่า เพราะซากสัตว์ไม่พบร่องรอยกระสุนหรือบาดแผลอื่นๆ หรือการชำแหละ เขา ชิ้นเนื้อออกไป

" โดยสันนิษฐานสาเหตุการตายว่าอาจจะมาจากโรคระบาดสัตว์ หรือแหล่งน้ำที่กระทิงไปกินน้ำมีการปนเปื้อนของสารพิษหรือไม่ ทางทีมนิติวิทยาศาสตร์ ได้ตรวจสอบวัวเลี้ยงของชาวบ้านรอบๆพื้นที่ด้วย เพื่อหาสาเหตุการตายของกระทิงฝูงนี้อย่างเป็นทางการ โดยผลตรวจชิ้นเนื้อ คุณภาพน้ำต่างๆน่าจะสรุปผลได้อย่างช้าภายมนปลายสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าถือเป็นความสูญเสียฉลองวันคุ้มครองสัตว์ป่าวันที่26 ธ.ค.นี้ จึงต้องเร่วพิสูจน์หาสาเหตุ และหามาตราการปัองกันปัญหาต่อไป' นายนิพนธ์ ระบุ

ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า จากการเข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ และเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี รวมทั้งทหาร ตชด. ปศุสัตว์ เพื่อปูพรมเชิงลึกพิสูจน์ซากและเก็บหลักฐานตัวอย่างดิน น้ำในลำห้วยลึกและลำห้วยสาขาโดยรอบโครงการกุญชรจำนวน 12 จุดส่งให้สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์นำไปตรวจวิเคราะห์หาสารพิษ รวมทั้ง พืชอา หารสัตว์ ตรวจสภาพพื้นที่แวดล้อมข้างเคียง และร่องรอยแต่ละแห่งเพื่อประ มวล หาสาเหตุการตาย ทำให้พบซากกระทิงเพิ่มอีก 3 ตัว รวมกระทิงตายทั้งหมด 12 ตัว ทั้งนี้จากการเข้าชันสูตร ส่วนใหญ่กระทิงตายบริเวณรอบโครงการกุญชร ตอนใต้ของบริเวณหน้าผา โดนสันนิษฐานว่าทุกตัวน่าจะตายในช่วงเวลาใกล้เคียงกันตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย.นี้ โดยสภาพการตายของกระทิงตัวที่ 1,2,6,7 และ 8 หันหน้าไปทางทิศใต้ ส่วนตัวที่ 3,5 หันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งไม่พบรอยกระสุนปืน หรือรอยถูกทำร้าย โดยเขาและเนื้ออยู่ครบทุกตัว และการตายกระจัดกระจายในรัศมีห่างกัน 1-2 กิโลเมตร

รองอธิบดีกรมอุทยาน กล่าวอีกว่า ผลการชันสูตรกระทิงตัวที่ 1 ผลทางพยาธิวิทยา สภาพตัวอย่างเริ่มเน่า ปอดมีเลือดคั่ง ตับมีจุดเลือดออก ลำไส้มีเลือดคั่งเล็กน้อย นอกจากนี้ผลทางแบคทีเรียวิทยา พบเชื้อ Non-hemolytic.E.coli ขณะที่ ตัวที่ 2 และ 6 พบร่องรอยถูกกัดบริเวณคอและสะโพก สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสัตว์ผู้ล่า เช่น เสือ หมาไน สุนัขจิ้งจอก ส่วนที่เหลือมีสภาพอวัยวะสมบูรณ์แต่เน่า และส่งกลิ่นมาก และมีเพียง 1 ตัวที่โดนสัตว์แทะจนเหลือแต่กระดูก สันนิษฐานว่าน่าจะตายมาแล้ว 2 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จะไม่เคลื่อนย้ายซากกระทิงออกนอกพื้นที่ โดยใช้ปูนขาวโรยกันกลิ่นเน่าเหม็น เพราะยังต้องเข้าไปเก็บข้อมูลต่างๆเพิ่มเติม

"การตรวจพิสูจน์หลักฐานต่อจากนี้จะตรวจสอบและปรับมาตรการเก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบใหม่ทั้งระบบ เพราะถือเป็นการตายผิดปกติ โดยจะตรวจรายละเอียดเชิงลึก 6.5 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,700 ไร่ และขยายพื้นที่ตรวจสอบรอบแนวกันชนเพิ่มออกอีก 3.5 กิโลเมตร นอกจากนี้ต้องรอผลตรวจชิ้นเนื้อ และอาหารกระเพาะ

มาเปรียบเทียบเพิ่มเติม เพื่อหาข้อมูลการเคลื่ยนย้ายของกระทิงว่า กินพืชชนิดใดบาง อยู่ในพื้นที่ใดเพื่อหาสาเหตุที่แคบลงมาอีกว่าเป็นเรื่องของสารพิษทางการเกษตรตกค้างจากในอดีตที่ถูกฝังทิ้งไว้ หรือเกิดจากเป็นโรคระบาด แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องใดเลย ต้องรอผลตรวจและวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่ข้อมูลที่เก็บมาก่อนจะสรุปคาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์" นายธีรภัทร กล่าว

นายธีรภัทร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี ประกาศปิดพื้นที่โดยรอบโครงการกุญชรทั้งหมดแล้ว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และความสะดวกในการเข้าเก็บข้อมูล แต่ส่วนพื้นที่อื่นๆของอุทยานยังเปิดให้บริการตามปกติ สำหรับกระทิงกุยบุรีมีอยู่ประมาณ 150 ตัว แต่ฝูงนี้จะมาหากินรอบพื้นที่กุญชรเป็นประจำมีประมาณ 22 ตัว ตายแล้ว 12 ตัว โดยล่าสุดพบอีก 4-5 ตัวยังเดินมาหากินใกล้จุดเกิดเหตุจนเจ้าหน้าที่ต้องไล่ออกไปให้พ้นรัศมี