แผนที่ เดินทาง ความคิด 'ธัญญา ผลอนันต์'

ทุกอย่างเกิดขึ้นจากลักษณะนิสัยรักการอ่าน จนเกิดประสบการณ์ ที่จะตอบความสนใจของตัวเอง มุ่งสู่การดำรงชีวิตที่ลงตัว 'ธัญญา ผลอนันต์'
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมองและความคิดผ่าน Mind Map... ธัญญา ผลอนันต์ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากลักษณะนิสัยรักการอ่าน ผลักดันให้เขาก้าวเดิน สั่งสมประสบการณ์ ตอบคำถามความสนใจของตัวเอง มุ่งสู่การดำรงชีวิตที่ลงตัวที่สุด
ชื่อของ ธัญญา ผลอนันต์ เป็นที่รู้จักของผู้คนในหลายแวดวงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ นักคิด นักเขียน สื่อสารมวลชน งานธนาคาร กระทั่งปัจจุบัน ธัญญาได้รับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมองและความคิดผ่าน Mind Map เขาใช้ "การอ่าน" ผลักดันไปสู่ความสนใจในสาขาต่างๆ จากการสั่งสมประสบการณ์ และตอบคำถามความสนใจของตัวเอง จนกลายเป็นส่วนผสมระหว่างความชอบ และการดำรงชีวิตที่ลงตัวที่สุด
ส่วนตัว ตลอดระยะเวลาของการใช้ชีวิต เขาถือว่า "ประสบความสำเร็จเป็นช่วงๆ"
"ผมมองชีวิตเป็นช่วงๆ ซึ่งแต่ละช่วงก็ถือว่าประสบความสำเร็จอยู่พอสมควร อย่างช่วงวัยรุ่นอายุ 20 กว่าปี อยากเป็นนักเขียน ก็ได้เขียนนวนิยายเรื่องแรก พอพักหนึ่ง อยากเป็นนักหนังสือพิมพ์ก็ได้ทำ เมื่อเดินทางมาถึงอายุ 40 กว่าๆ เราก็อยากเป็นนักฝึกอบรม ก็ได้เป็นนักฝึกอบรมที่พอจะเป็นที่รู้จักอยู่ ทีนี้คำถามตอนนี้ก็มาอยู่ตรงที่ว่า ตอนนี้ผม 67 แล้ว ตอน 100 ปี ผมจะทำอะไร"
ประกายไฟที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งนั้น ธัญญายอมรับว่าล้วนขึ้นอยู่กับช่วงวัยของตัวเองด้วย ตั้งแต่วัยรุ่น เด็กหนุ่มที่ชอบการแสดงออกทางความคิด มีมุมมองต่อสิทธิเสรีภาพ กับเพื่อนพ้อง ต่อมาเป็นการมองหาความมั่นคงให้กับชีวิต ขณะเดียวกันนั้นก็มีการวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคตเพื่อจะได้ก้าวเดินอย่างราบรื่นควบคู่กันไปด้วย
แผนที่ความคิด
เจ้าของบูซานเซ็นเตอร์ ประเทศไทย เล่าถึงแรงจูงใจในการเบนเข็มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาสมอง และระบบความคิดอย่างจริงจังมาจากการคิดถึงชีวิตหลังเกษียณ
"ผมได้แรงบันดาลใจจากท่านอาจารย์ ระพี สาคริก อายุ 60 กว่าท่านก็ยังแอ็กทีฟอยู่ ก็มานั่งคิดว่า ชีวิตเรามันมีคุณค่าเกินกว่าที่เราจะหยุดทำงาน เราก็ต้องวางแผนไว้แล้วว่าถึงวันนั้นเราจะทำยังไง ก็คิดถึงอาชีพที่ใช้สมอง ใช้ปัญญา ใช้ความคิด ก็น่าจะเป็นครู หรือนักฝึกอบรม"
เขาจึงเริ่มมองหาหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และสามารถตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้ จนไปรู้จักกับ Mind Map ผลงานการคิดค้นของ "โทนี บูซาน" ซึ่งอาศัยหลักการเชื่อมโยงกันของข้อมูล และการใช้จินตนาการ ด้วยการเปลี่ยนเทคนิคการจดบันทึกใหม่ เน้นสีสัน การเชื่อมโยง ตลอดจนนำสัญลักษณ์ภาพวาดเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถช่วยให้สมองจดจำได้ดียิ่งขึ้น
"จุดต่างมี 3 จุดสำคัญ คือ อย่างแรก ตรงกลางเป็นภาพที่มีหลายสี สอง เส้นทุกเส้นจะเชื่อมโยงกันไม่ขาดช่วง สาม ในเส้นหนึ่งเส้นควรจะมีคำให้น้อยที่สุด" หลักการเหล่านี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากวิธีการสอนการคิดแบบอื่นๆ
ที่สำคัญ โดยส่วนตัว เขาคิดว่าน่าจะเหมาะกับการนำไปเผยแพร่ให้สังคมไทยได้รับรู้ในวงกว้าง
"จากประสบการณ์ในวงการบริหารทรัพยากรมนุษย์มา 15 ปี ผมพบว่า สิ่งที่คนไทยแตกต่างก็คือ ความบันเทิง ตัวอย่างง่ายๆ บริษัทญี่ปุ่น พนักงานเวลาประท้วงเขาจะใส่หมวกเหล็ก จะทำหน้าตาขึงขัง แต่เวลาคนไทยประท้วงจะมีการรำวง มีกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ซึ่งคนต่างชาติไม่เข้าใจหรอกว่าเราชอบสนุก มีความบันเทิงอยู่ในวิถีชีวิต ผมก็มองว่าถ้าทำอะไรที่ไม่สนุก คนไทยจะเบื่อจะไม่ใช้ หรือว่าใครมาซีเรียสคนไทยไม่ค่อยชอบ ตรงนี้มายด์แมพมีสี มีภาพ ไม่น่าเบื่อ และเท่าที่สอนมามันก็ตรงจริงๆ นะ เพราะคนเรียนก็สนุก เพลิดเพลิน"
จนถึงวันนี้ "แผนที่ความคิด" กับสังคมไทยค่อนข้างเป็นที่รู้จัก และถูกใช้อย่างแพร่หลายก็ตาม แต่ปัญหาหนึ่งสำหรับคนสอนที่เขาพบเจออยู่เสมอก็คือ "การใช้ผิด"
"ส่วนมากจะลากเส้นไว้ แล้วก็มีวงกลม จากนั้นก็ให้เด็กเอาความคิดไปใส่วงกลม หารู้ไม่ว่านั่นคือการล้อมความคิดไว้ เหมือนเวลาเราเห็นเด็กเขียนวงกลม แล้วก็เอาคำว่าน้ำไปใส่วงกลม เท่านั้นแหละ เด็กหยุดคิดเลยครับ เราเขาหาที่อยู่ไปให้น้ำอยู่แล้ว ออกไปไหนไม่ได้ แต่ถ้าคุณเขียนคำว่าน้ำบนเส้นนะ มันก็จะแตกเป็นน้ำฝน น้ำทะเล น้ำเกลือ และอีกสารพัดน้ำออกมาได้เยอะเลย"
ตรงนี้นั่นแหละที่... พลาด
"กรอบ" ถือเป็นข้อห้ามอันดับแรกๆ ที่จะมีอยู่ในมายด์แมพ เว้นเสียแต่จะมีความสัมพันธ์กับเรื่องนั้นๆ ขณะที่ "กิ่ง" ของความคิดส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงศักยภาพของแผนที่ออกมาได้อย่างเต็มที่ ก็เพราะบรรดากิ่งเหล่านั้นไม่ได้ต่อติดกัน ในแง่ของจิตวิทยาเขาอธิบายว่าเป็นส่วนที่ทำให้ความคิดขาดช่วง
"ควรใช้คำ... ยิ่งสั้น ยิ่งแตกฉาน" ผู้ก่อตั้งบูซานเซ็นเตอร์ ประเทศไทยเผยถึง "จุดอ่อน" อีกข้อที่มักพบบ่อย วลี หรือประโยคยาวๆ นอกจากจะไม่ช่วยให้จำง่ายขึ้นแล้ว ยัง "กินที่" กระดาษอีกด้วย
แม้ว่า นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 ที่มีคนรู้จักมายด์แมพชนิดที่นับหัวได้ มาจนถึงวันนี้ ถามใครใครก็รู้จัก แต่นั่นยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางสำหรับเขา เพราะเมื่อเทียบเคียงปริมาณคนที่ "ใช้ถูก รู้จริง" กับคนเขียนผิด สัดส่วนประเภทหลังยังถือว่าสูงอยู่ ภารกิจนับจากนี้สำหรับตัวผู้สอนอย่างเขาเองก็คือ ต้องแก้จุดบกพร่องตรงนี้ให้ได้
"เพราะพอปีค.ศ. 2018 เราเข้า AEC คุณเขียนบอกว่านี่คือแมพ แต่คนอื่นๆ เขามองว่าไม่ใช่แมพ นี่เราโดนหัวเราะจากคนทั้งโลกเลยนะ ประเทศเพื่อนบ้านเรา สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนามต่างก็มีการอบรมการใช้มายด์แมพ"
ชีวิตคือความสนุก
ชีวิตของคนๆ หนึ่งที่ก้าวผ่านอะไรมามากมาย จนวันนี้ แต่ ธัญญา ในวัย 67 ปี ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องหยุดอยู่กับที่แต่อย่างใด ภารกิจอีกชิ้นหนึ่งที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นโครงการ "ระดับชีวิต" ที่ใครคนหนึ่งมีความตั้งใจจะเก็บรวบรวมสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเทศไทยเอาไว้เป็นฐานข้อมูลที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคตได้ คล้ายๆ เป็น "กินเนสบุ๊กส์ไทยเรคคอร์ด"
"ผมประทับใจกับเพื่อนศรีลังกาคนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังว่า ตอนอายุ 10 ขวบ คุณตาเขาให้กินเนสบุ๊คส์เวิร์ดเรคคอร์ดเป็นของขวัญวันเกิดเขา ทำให้วันนี้ เขาอยากเป็นที่หนึ่งของโลก เขาก็ทำทุกอย่างจนเขาสามารถมีชื่อเป็นเรคคอร์ดที่หนึ่งของโลก เป็นอันดับสองของโลก"
หนังสือเล่มหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ ในแง่ความรู้สึก เมืองไทยก็น่าจะมีใครสักคนที่เก็บรวบรวมสถิติเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแบบนี้บ้าง หนังสือที่มีชื่อว่า "บันทึกไทย" จึงเกิดขึ้นตรงนี้
"มันเป็นเหมือนกับ... ถ้ามีหนังสือสักเล่มที่มีคนไทยธรรมดาทำได้สำเร็จมากมาย ก็น่าจะเป็นประโยชน์ และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรู้ว่า คนไทยนั้นมีคนเก่ง มีคนที่เราสามารถจะเดินตาม หรือเอาแบบอย่างได้"
หลังจากเดินทางเก็บข้อมูลมากว่า 5 ปี จึงสำเร็จเป็นรูปเล่มออกมา ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะทำต่อไปจนกว่าจะหมดแรง และสิ่งที่ทำให้เขาสามารถทำอะไรได้มากมายขนาดนี้นั่นก็เพราะมีต้นขั้วที่เกิดมาจากความสุข และความสนุกที่ได้ทำนั่นเอง
"เมื่อเราสนุกแล้ว สารเอ็นโดฟินก็จะหลั่งออกมา แล้วมันก็จะทำให้เรามีความสุข เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า บางครั้งทำงานถึงเช้าโดยไม่รู้ตัว เพราะมันเป็นสิ่งที่เราชอบ" แต่ถ้าหากไม่ใช่สิ่งที่ชอบ เขาออกตัวเลยว่า แค่ชั่วโมงเดียวก็รู้สึกนานเป็นปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม การรักษาความสุขกับความสนุกในการทำงานก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถึงเขาจะรักการทำงานมากเท่าไหร่ แต่ความเบื่อหน่าย หรือความรู้สึกอยากในการทำงานก็มีสิทธิ์หมดลงเอาดื้อๆ กำแพงที่เกิดจากความ "ซ้ำ" เหล่านี้ การบริหารความสนใจ จึงเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ เปลี่ยนมุมมองแนวคิดในการทำงานไปเรื่อยๆ ความสนุกก็จะไม่มีวันหมดอายุอย่างแน่นอน
พรุ่งนี้สำหรับ "ธัญญา"
"ภารกิจเฉพาะหน้าของผมก็คือทำให้ภารกิจบันทึกไทยมันเกิดให้ได้ และเรื่องของมายด์แมพก็ส่งเสริมทีมใหม่เขาให้อยู่รอดปลอดภัย หลังจากนั้นก็คือ ท่องเที่ยว เพราะการเดินทางก็ยังเป็นความชอบของเราอยู่ มีโอกาสเราก็จะออกไปเที่ยว โชคดีที่การทำบันทึกไทยก็ทำให้เราได้เดินทางบ่อย ไปเจอคนสะสมลอตเตอรี่ที่พิษณุโลกบ้าง เจอคนที่บริจาคเลือดมากที่สุดในประเทศไทยที่ปากน้ำบ้าง การได้ออกไปเจอคนที่เป็นสุดยอดก็ทำให้การเดินทางของเราเต็มไปด้วยความสนุกสนาน การผ่อนคลาย การได้ใช้ไอเดียดูทุ่งนาข้างทาง ไม่ว่ามันจะแห้งหรือมันจะเหลืองก็ตาม มันก็เป็นการเปลี่ยนภาพจำเจที่เกิดขึ้นทุกวัน"
แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามมากับมุมมองแบบนี้ก็จะเป็นความสุขในท้ายที่สุด
"ความสุขของผมตอนนี้ก็คือการได้ทำในสิ่งที่ผมชอบ ทำหนังสือ ทำเกม สภาพแวดล้อม ครอบครัว ผมคิดว่านั่นคือชีวิตที่มีความสุข" เขาสรุป
ชีวิตคนเราคือการเรียนรู้ และการเรียนรู้ก็คือต้นทางของการออกเดินทางไปพบปะกับสิ่งต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว การเก็บเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ผ่านประสบการณ์ มาเปลี่ยนให้เป็นรอยยิ้มเพื่อบอกเล่ากับคนอื่นๆ ต่อไปนั่นแหละ ที่ทำให้การเดินทางของ ธัญญา ผลอนันต์ สามารถเรียนรู้ และเดินทางได้ตลอดเวลานั่นเอง
เรื่อง : ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี




