ประชาชนหลั่งไหลสักการะพระศพ "สมเด็จพระสังฆราชฯ" ที่รพ.จุฬาฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการทรุดลง และได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 19.30 น. เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม สาเหตุเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าวันที่ 25 ตุลาคมที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระศพเวลา 08.00-12.00 น. ณ ตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งเป็นสถานที่ประทับรักษาเมื่อพระอาการประชวรของสมเด็จพระสังฆราช ขณะนี้ยังมีประชาชนทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมาร่วมสักการะพระศพอย่างต่อเนื่อง จนเต็มพื้นที่หน้าตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร
โดยระเบียบการเข้าสักการะพระศพสมเด็จพระสังฆราช ณ ตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร ประชาชน สื่อมวลชนต้องปิดโทรศัพท์มือถือ และห้ามถ่ายรูปทุกกรณี โดยภายหลังการเข้าสักการะพระศพ ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ จะมอบของที่ระลึกเป็นโปสเตอร์รูปสมเด็จพระสังฆราช พิมพ์ข้อความ "ฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา 3 ตุลาคม 2556 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" ส่วนด้านหลังพิมพ์พระประวัติ และลำดับสมณศักดิ์ นอกจากนี้ยังมีโปสเตอร์ขนาดเล็ก พิมพ์ข้อความด้านหน้า "ฉลอง 100 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" อีกทั้งนังมีภาพสมเด็จพระสังฆราชใส่ในกรอบพลาสติกทรงรีขนาดเล็กให้กับประชาชนด้วยเช่นกัน
สำหรับกำหนดการเคลื่อนพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปยังพระตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร จะเริ่มในเวลา 12.00 น. โดยใช้เส้นทางถนนราชดำริ ถนนพระราม 4 ขึ้นด่วนพระราม 4 ลงด่วนอุรุพงษ์ เข้าถนนเพชรบุรี ถนนหลานหลวง แยกผ่านฟ้า เลี้ยวขวาแยกป้อมมหากาฬ เลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ ผ่านแยกวันชาติ เข้าวัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร ก่อนจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพสมเด็จพระสังฆราชฯ ในเวลา 13.00 น. แจากนั้นจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราช ประชวรด้วยพระโรคชราภาพ ตามพระอายุขัย ซึ่งแทรกซ้อนตามมาด้วยเบาหวาน ไต เป็นต้น และได้ประทับรักษาพระอาการประชวรอยู่ที่ชั้น 6 ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ปี 2543






