กบอ.เผยผลการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตั้งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เหนือเขื่อน แต่จะช่วยพื้นที่รับน้ำใต้เขื่อนได้
การรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตั้งมีประชาชนเข้าร่วมฟังประมาณ 800 คน โดยจังหวัดลำพูน เป็นพื้นที่เป้าหมายของการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลําพูน ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในรายชื่ออ่างเก็บน้ําที่บริษัทผู้รับเหมา หรือไอทีดีพาวเวอร์ไชน่า ซึ่งได้รับเลือกให้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำยมและลุ่มย้ำอื่นๆ ทั้งสิ้น 18 อ่าง ตามข้อกําหนดและขอบเขตของงาน (TOR) ใน Module A1 พื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษา สํารวจออกแบบ และก่อสร้างอ่างเก็บน้ําในพื้นที่ลุ่มน้ําปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก ให้ได้ความจุเก็บกักประมาณ 1.3 พันล้าน ลบ.ม. เพื่อการบริหารจัดการน้ํา การชลประทานโดยเน้นการป้องกันน้ําท่วม โดยใช้งบประมาณไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 5 ปี
นายอภิชาติ อนุกูลอำไพ ประธานอนุกรรมการวิชาการและวิเคราะห์โครงการ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า ห้วยตั้งเป็นหนึ่งในพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโครงการของกรมชลประทานที่ได้มีการศึกษาไว้แล้ว โดยลำพูนเป็นจังหวัดที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบเพียงโครงการเดียวผลการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เหนือเขื่อน แต่จะช่วยพื้นที่รับน้ำใต้เขื่อนได้ ซึ่งพื้นที่ จ.ลำพูน ขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง พอหน้าฝนกลับมีปริมาณน้ำมาก การสร้างเขื่อนจึงถือเป็นผลดีตอนนี้รายชื่ออ่างเก็บน้ำทั้ง 18 เขื่อน เรียกได้ว่ามีความชัดเจนกว่า เกิน 50% หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ในเบื้องต้นแล้ว และได้กำหนดที่ตั้งชัดเจนแต่อาจต้องขยับในเรื่องความสูง ดูทิศทางฝน (Watershed) ประกอบด้วย ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะต้องนำกลับมาหารือกันอีกครั้งในทุกโครงการยังต้องกลับมาทบทวนว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร เพื่อให้โครงการสร้างที่วางไว้เดิมสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ด้วย โดยยอมรับว่าถ้าพื้นที่ไหนติดปัญหาก็จำเป็นต้องมองหาตัวเลือกอื่น เพื่อให้เก็บน้ำได้ 1.3 พันล้าน ลบ.ม. ตามเป้าหมายที่วางไว้อ่างเก็บน้ำใน Module A1 ส่วนใหญ่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ต่างกับเขื่อนยมบน ยมล่าง และแม่วงก์ ที่เป็นเขื่อนขนาดใหญ่งบประมาณอยู่ 100 กว่าล้านบาท ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางอยู่ที่ 10 กว่าล้านบาทเท่าที่ได้ติดตามเวทีรับฟังความคิดเห็นวันแรกยังเดินหน้าไปด้วยดี อย่างไรก็ตามยอมรับว่ากระแสการคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ได้ลามไปยังพื้นที่อื่นๆ ซึ่ง กบอ. อยากขอให้เข้ามารับฟังข้อมูล ความคิดเห็นและดูว่าโครงการดังกล่าวเมื่อสร้างและจะเกิดผลกระทบที่ใดบ้างและจะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะมีปัญหารุนแรงไปหมด
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงกรณีชาวบ้านคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง ต.ป่าพูล อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ซึ่งเป็น 1 ใน 16 เขื่อนภายใต้แผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทว่า การคัดค้านของชาวบ้านเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เนื่องจากบริเวณพื้นที่น้ำท่วมจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ มีหมู่บ้านและพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งในหลักการต้องได้รับการจ่ายค่าชดเชยค่าที่ดิน และจ่ายค่าทรัพย์สินหากเป็นที่มีเอกสารสิทธิ์ทำกิน แต่ในกรณีที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ส่วนใหญ่รัฐจะออกกฎหมายเวนคืนที่ดิน อย่างไรก็ตาม โครงการนี้กรมชลประทาน เคยศึกษาความเหมาะสมของโครงการไว้ตั้งแต่ปี 2530-33 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณน้ำหลากลงลำน้ำปิง และส่งน้ำให้กับฝายน้ำต่างๆในอ.บ้านโฮ่ง โดยมีความจุอ่างประมาณ 9.23 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น จึงไม่ต้องศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมถึงจะไม่ต้องศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่มีพื้นที่น้ำท่วมบางส่วนเป็นหมู่บ้านและที่ดินทำกิน จนเกิดการคัดค้านของชาวบ้านบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ ดังนั้นจึงต้องศึกษาผลกระทบทางด้านสังคม (HIA)รวมทั้งจำเป็นต้องมีการทบทวน และศึกษาความเหมาะสมของโครงการใหม่อีกครั้ง หากต้องดำเนินโครงการนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) จะให้ใครเป็นคนศึกษาทบทวนระหว่างกรมชลประทาน หรือบริษัทเอกชนที่รับทำโครงการในโมดูล เอ1 หรือโครงการเขื่อนทั้ง 16 แห่ง
ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า จากการศึกษาประเมินราคาค่าก่อสร้างในปี2549 ต้องใช้งบราว 442 ล้านบาท ซึ่งสถานะที่เราส่งข้อมูลรายละเอียดให้กับทางกบอ.คือปัญหาคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ตั้งโครงการ จึงเสนอว่าต้องประเมินผลกระทบทางสังคม และต้องทำความเข้าใจกับชุมชนตามขั้นตอนของกฎหมายให้ครบถ้วนอย่างไรก็ตามการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง มีเป้าหมายเพื่อแบ่งน้ำเท่าที่มีอยู่ในบริเวณนั้น ประมาณ 100 ล้านลูกบาศเมตร ไม่ให้ไหลลงสู่้น้ำปิง และเก็บน้ำเอาไว้ในช่วงหน้าแล้ง เดิมกรมชลประทานศึกษาระดับการเก็ยกักของอ่างประมาณ 34 ล้านลูกบาศเมตร แต่ ของกบอ.ลดเหลือ 9.23 ล้านลูกบาศเมตรทำให้ตัดน้ำท่วมลงได้น้อยมาก







