ไกล่เกลี่ยพิพาทแกรมมี่-วงหมอลำไร้ข้อตกลง

ไกล่เกลี่ยพิพาทแกรมมี่-วงหมอลำไร้ข้อตกลง

ผลไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแกรมมี่-70วงหมอลำยังตกลงกันไม่ได้ แกรมมี่ยันเก็บค่าลิขสิทธิ์แบบเหมาจ่าย ขณะที่วงหมอลำแจงรายได้น้อย

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกรณีที่ศิลปินหมอลำพื้นบ้านร้องเรียนเรื่องการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จาก 70 วงหมอลำ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดยมีตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าร่วมการไกล่เกลี่ย ประกอบด้วยนายประมวล เสติ นักวิชาการศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายกษม อดิศัยปัญญา ผอ.อาวุโส(สายธุรกิจเพลง) บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ น.ส.จิตรลดา เฮงยศมาก ผู้ช่วยกรรมการผอ.อาวุโส สายงานกฎหมายและรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่โดยนายประมวล กล่าวถึงข้อกังวลในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ภายหลังพบว่า มีศิลปินบางรายถูกจับกุมเนื่องจากใช้เพลงของแกรมมี่ในการแสดงสด ดังนั้นจึงมีข้อเสนอให้มีการชี้แจง คือ1. การนำเพลงมาแสดงมาขับร้องตามประเพณีมีความผิดด้วยหรือ 2.เกรงว่าค่ายเพลงอื่นจะเลียนแบบการจัดเก็บลิขสิทธิ์ 3.เกรงว่าหากมีการจับกุมศิลปินพื้นบ้านจะไม่กล้านำเพลงไปใช้และอาจทำให้การแสดงพื้นที่บ้านขาดการสืบสานวัฒนธรรมต่อไป 4. ขอให้ไม่ดำเนินการจัดเก็บเพื่อให้ผู้ใช้เพลงผู้ชมสบายใจ

ขณะที่น.ส.จิตรลดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงนโยบายและการเดินทางทำความเข้าใจกับวงดนตรีต่าง ๆ ยังไม่ได้เริ่มการจัดเก็บจริง แต่ที่ผ่านมามีวงดนตรีหลายวงเข้ามาเจรจาและลงนามของใช้ลิขสิทธิ์เพื่อความสบายใจในการแสดงอย่างไรก็ตาม การเดินสายทำความเข้าใจจะมีการสอบถามถึงความพร้อมในการที่สามารถจะจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ว่าควรเริ่มต้นในช่วงใด ทั้งนี้ ยังไม่มีเกณฑ์การจ่ายค่าลิขสิทธิ์ที่แน่นอน เนื่องจากมองว่าบางวงอาจไม่เข้าเกณฑ์ที่จะต้องจ่ายเงิน เช่น กรณีที่ได้รับค่าจ้างต่อครั้งไม่เกิน 20,000 บาท ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจเดินหน้าจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากทุกวงที่นำเพลงของแกรมมี่ไปใช้ในการแสดง แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยต้องการให้มีการแสดงตัวเพื่อทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนเป็นรายไป เช่นต้องการใช้เพลงในการแสดงกี่เพลง ในวงมีรายได้เท่าไหร่ สมควรถูกจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์หรือไม่

ด้านนายกษม กล่าวว่า การสร้างสรรค์งานเพลงมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วนทั้งผู้แต่งเพลง นักดนตรี นักร้อง และผู้บริโภค ปัจจุบันแกรมมี่เปลี่ยนการบริหารธุรกิจไปจากเดิมที่ผู้สร้างงานจะมีรายได้จากการขายเทปและการดาว์นโหลด แต่ปัจจุบันมองว่าควรให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง ยืนยันว่าการดำเนินการยึดหลักให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ได้เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากฝ่ายศิลปินพื้นบ้านไม่ต้องการจ่ายค่าลิขสิทธิ์โดยอ้างว่ามีรายได้น้อย แต่ทางฝ่ายแกรมมี่ยืนยันว่าเป็นนโยบายที่ต้องดำเนินการ โดยมีการเสนอเกณฑ์เบื้องต้นกลุ่มที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ว่าอาจเป็นกลุ่มที่มีรายได้ค่าจ้างต่อครั้งเกิน 20,000 บาทขึ้นไป โดยต้องมีการเสียค่าลิขสิทธิ์คิดเป็นรายปี โดยอาจคิดเป็นแบบเหมาจ่ายหลายเพลงก็จะได้ส่วนลด และขอให้วงหมอลำตั้งตัวแทนเข้ามาลงทะเบียนและเริ่มต้นการเจรจา เพื่อไม่ให้มีปัญหาถูกดำเนินคดี ขณะที่ฝ่ายศิลปินพื้นที่บ้านยังไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวโดยมองว่าราคาจ้างดังกล่าวยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ