"ประยุทธ์"ห่วงน้ำล้นตลิ่งสั่งเตรียมรับมือ ส่งทหารสำรวจ เสริมความแข็งแรงพนังกั้นน้ำ จัดชุดประเมินสถานการณ์น้ำทุกวัน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ หลายฝ่ายจึงเตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่ง และการระบายน้ำจากเขื่อนสำคัญ ซึ่งหน่วยทหารของกองทัพบกในแต่ละพื้นที่ ยังคงเข้าช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมขัง น้ำไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังพลจากกองร้อยเฉพาะกิจช่วยเหลือประชาชน35 กองร้อย กำลังพล 5,250 นาย รถยนต์บรรทุก 223 คัน เรือ 133 ลำ เข้าช่วยขนย้ายสิ่งของ การสัญจร แจกจ่ายถุงยังชีพ สร้างและเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ
โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะการเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ซึ่งบางพื้นที่ได้มีการสร้างพนังกั้นน้ำไว้แล้ว โดยได้กำชับให้หน่วยทหารสำรวจพื้นที่รับผิดชอบ และสำรวจพนังกั้นน้ำต่างๆ ที่ได้ดำเนินการร่วมกับ ทุกภาคส่วน ให้มีสภาพแข็งแรงสามารถรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสม
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันได้สั่งการให้นำเรือติดเครื่องยนต์จากกรมการขนส่งทหารบก เข้าสนับสนุนการรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจร พร้อมกำชับให้กำลังพลเพิ่มความระมัดระวัง และดูแลความปลอดภัยของประชาชนและตนเอง ในระหว่างการโดยสารยานพาหนะ สำหรับในพื้นที่กรุงเทพ การประสานงานกับชุมชนริมน้ำ และสำนักงานเขตในพื้นที่เสี่ยงที่น้ำเจ้าพระยาอาจล้นตลิ่งนั้น ขณะนี้หน่วยทหารของกองทัพบกได้บูรณาการร่วมกัน เพื่อก่อสร้างพนังกั้นน้ำในชุมชน การก่อสร้างสะพานไม้ทางเดินชั่วคราว การซ้อมขนย้ายสิ่งของ การจัดชุดประเมินสถานการณ์ ออกตรวจสอบระดับน้ำทุกวันใน 2 ห้วงเวลา โดยมีหน่วยดูแลในพื้นที่สำคัญอาทิ มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เตรียมพร้อมดูแลพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันตก และจ.ปทุมธานี ส่วนพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออก มีหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.ทบ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) เข้าเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะในเขตบางพลัด บางซื่อ ดุสิต พระนคร และสัมพันธวงศ์ ซึ่งทางพล.1รอ. ได้นำกระสอบทรายทำเป็นพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำ สร้างสะพานไม้ใช้สัญจรชั่วคราวในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และจัดชุดลาดตระเวนตรวจสอบระดับน้ำ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ส่วนการช่วยเหลือประชาชนมนจังหวัดต่างๆนั้น จ.ราชบุรี จากเหตุน้ำป่าไหลหลาก ทำให้คอสะพานที่เชื่อมระหว่าง บ.ทุ่งแฝก - ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง พังทลาย ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ทางกรมการทหารช่างส่งทหารพร้อมเครื่องมือช่างสร้างสะพานให้ประชาชนได้ใช้สัญจรชั่วคราวแล้ว ส่วนจ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมสะพานเชื่อมหมู่บ้านป่าละอูน้อย ต.ป่าละอู อ.หัวหิน ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจร และเข้า-ออกจากหมู่บ้านได้ ซึ่งศูนย์การทหารราบได้เข้าช่วยอพยพประชาชนตั้งแต่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ได้ส่งทหาร 150นาย พร้อมกองพันนักเรียนการจู่โจมและส่งทางอากาศ 30 นาย ใช้เรือเข้าอพยพประชาชน 70 ครัวเรือนออกมาพักในศูนย์พักพิงบริเวณโรงเรียนป่าละอู สำหรับจ.สระแก้ว น้ำยังคงเข้าท่วมใน 9 อำเภอ ส่งผลกระทบให้หลายเส้นทางถูกตัดขาด ทางพล.ร.2รอ. ยังให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง โดยที่ อ.อรัญประเทศ ระดับน้ำท่วมสูง 60-80 เซนติเมตร ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน กว่า 5,000 ครัวเรือน ซึ่งทางกองทัพบกยังคงกำลังทหาร 300 นายเข้าช่วยกรอกกระสอบทรายทำพนังกั้นน้ำ เพื่อป้องกันบ้านเรือนประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และแจกจ่ายถุงยังชีพ








