กอ.รมน. เผยมีผู้เห็นต่างไฟใต้กลับใจรายงานตัวกับรัฐ 1,000 คน สมช.แจงแทน"ประยุทธ์" ไม่เห็นด้วยเขตปกครองพิเศษ
พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ และแถลงข่าวภายใต้คณะกรรมการประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอ.รมน. กล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงที่ผ่านมาว่า ยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลอบวางระเบิด การลอบยิง สำหรับสาเหตุของความรุนแรงก็เป็นไปได้ทั้งเรื่องความมั่นคง ภัยแทรกซ้อน รวมทั้งปัญหาส่วนตัว อย่างไรก็ตามตนขอให้สื่อมวลชนสนใจติดตามมาตรการพาคนกลับบ้านที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ดำเนินการอยู่ จนขณะนี้ได้มีผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐเข้ามารายงานตัวกันเจ้าหน้าที่ของรัฐประมาณ 1,000 คน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการจัดโครงการพาคนกลับบ้านที่ อ.ยะหา จ.ยะลา มีผู้ที่เห็นต่างเข้ามารายงานตัว จำนวน 143 คน
พล.ต.สุรชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่ กอ.รมน. เสนอให้ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ 5 อำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ อ.สุคิริน อ.แว้ง ในจ.นราธิวาส อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อ.กาบัง และ อ.เบตง ในจ.ยะลา โดยให้ทาง กอ.รมน. ประสานการปฏิบัติกับทางกระทรวงมหาดไทย และศอ.บต. เตรียมความพร้อมกำลังอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะไปปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากการก่อเหตุรุนแรงที่ลดน้อยลง ซึ่งแสดงให้เห็นความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะนโยบายการเมืองนำการทหาร ขอย้ำว่าพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ยังไม่ได้ยกเลิก เพียงแต่ได้ครม.เห็นชอบ ตามที่ กอ.รมน. เสนอ ให้พิจารณายกเลิกในโอกาสต่อไป โดยวางเป้าหมายไว้ในวันที่ 19 ธ.ค. ในส่วนของอ.กาบังนั้น อาจจะยกเลิกได้ก่อนวันที่ 19 ธ.ค.
ด้านพ.อ.จรูญ อำภา ที่ปรึกษาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ มีความไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของบีอาร์เอ็นที่ขอแบ่งเขตปกครองพิเศษนั้นว่า ตามกรอบของรัฐธรรมนูญทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่ข้อเสนอของบีอาร์เอ็นในเรื่องดังกล่าวนั้น ประเทศไทยมี กทม. และพัทยา เป็นต้นแบบอยู่ ในส่วนที่ ผบ.ทบ. ไม่เห็นด้วยเพราะท่านเห็นถึงเรื่องเศรษฐกิจ เมื่อเปรียบเทียบกับรายรับรายจ่ายในพื้นที่จึงไม่มีความพร้อมในการตั้งเป็นเขตปกครองพิเศษ ทั้งนี้ สมช. เห็นว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอ ซึ่งเราทำได้เพียงรับฟังนำมาประมวลวิเคราะห์ว่าเขตปกครองพิเศษ ในความหมายของ บีอาร์เอ็นว่าเป็นอย่างไร ซึ่งได้สอบถามไปยังนักวิชาการ ประชาชน รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความ เมื่อได้ข้อยุติก็จะนำเข้าที่ประชุม ศปก.กปต. เพื่อรับฉันทามติ ก่อนจะนำไปให้คณะกรรมการพูดคุยเพื่อสันติภาพ จำนวน15 คนไปหารือกับแกนนำบีอาร์เอ็นต่อไป
"ขอย้ำว่าการพูดคุยก็ต้องดำเนินการต่อไป แต่ต้องรอความชัดเจนต่อจากที่ประชุม ศปก.กปต. ก่อน เพราะการดำเนินการต่างๆ ต้องระมัดระวัง และตกผลึก บีอาร์เอ็นต้องรอไปก่อน ขอให้สบายใจเพราะทุกอย่างตรวจสอบได้"พ.อ.จรูญ กล่าว






