เลขาสบอช.เผยเชิญ"ศศิน"มาหารือ"ปลอดประสพ"ที่ทำเนียบสัปดาห์หน้า พร้อมกับเชิญชาวบ้านในพื้นที่ร่วมวง
นายสุพจน์ โตวิจักษ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เปิดเผยว่า สบอช.จะทำหนังสือเชิญนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และชาวบ้านในพื้นที่ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีการเชิญมาภายในสัปดาห์หน้าโดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) เป็นประธานในการหารือ เนื่องจาก สบอช. มีผลการศึกษาที่พบว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์มีประโยชน์มากกว่าโทษ สามารถเก็บน้ำจะมีมากจนไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม มีความจุรวมถึง 258 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ช่วยตัดยอดน้ำที่จะไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ 700 ลบ.ม.
"เขื่อนแม่วงก์จัดเป็นเขื่อนขนาดใหญ่เท่ากับเขื่อนแม่กวง เขื่อนประแสร์ ปัจจุบันประเทศไทยมีเขื่อนขนาดใหญ่ 33 แห่งทั่วประเทศ เดิมทีกรมชลประทานชี้แจงวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเขื่อนสำหรับชลประทาน แต่ต่อมาต้องปรับเปลี่ยนเป็นเขื่อนเพื่อป้องกันอุทกภัยจึงต้องศึกษาใหม่แต่จะใช้เวลาศึกษาไม่นาน เพราะผลการศึกษาเดิมจะนำมาใช้ได้ประมาณ 80%" นายสุพจน์ กล่าว
ส่วนประเด็นที่เขื่อนแม่วงก์เก็บน้ำได้เพียง 1% ของปริมาณน้ำที่ท่วมนั้น นายสุพจน์ กล่าวว่า เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในโครงการก่อสร้างการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยกว่า 3 แสนล้านบาทนั้น จะมีการก่อสร้างเขื่อนรวมทั้งสิ้น 21 แห่งทั่วประเทศ เป็นเขื่อนที่มีความพร้อมดำเนินการทันที 9 แห่งหรือราว 35% ของแผน หากเขื่อนใดมีปัญหาหรือการศึกษายังไม่ครบถ้วน สบอช. ในฐานะเจ้าของโครงการมีสิทธิชะลอการก่อสร้างโดยไม่ผิดสัญญาว่าจ้างกับเอกชน






