วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พม.ขอที่ดินทหาร สร้างบ้านให้คนจน

" จะทำเรื่องเสนอ ผบ.ทบ.เพื่อขอที่ดินทหารที่ไม่ได้ใช้ทำบ้านให้คนจน" ปวีณา หงสกุล รมช.พัมนาสังคมฯ

ปัญหาคนไร้บ้าน ไม่มีที่อยู่อาศัย มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหาซึ่งในเรื่องนี้ ปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) บอกว่า ในส่วนตัวมองว่าคนไทยต้องมีบ้านอยู่ ไม่ว่าจะประชาชนคนธรรมดาหรือเป็นข้าราชการก็ต้องมีบ้านอยู่โดยขณะนี้ได้หารือกับผู้บัญชาทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้วว่าจะขอใช้ที่ดินว่างเปล่าของทหารมาให้การเคหะฯสร้างบ้านให้คนจนได้เช่าอยู่ในราคาไม่แพง เพื่อให้ทุกคนได้มีบ้าน

ขณะเดียวกันในส่วนนี้ข้าราชการก็สามารถใช้บริหารบ้านเอื้ออาทรได้ด้วยซึ่งการเคหะฯจะเริ่มหารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศในวันที่ 4 ต.ค.นี้ เพื่อให้ข้าราชการทหารอากาศได้มีบ้านอยู่ได้ ส่วนการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรตามแนวรถไฟฟ้าก็ยังจำเป็นสำหรับคนระดับกลางก็จะต้องดำเนินการต่อ

นอกจากนี้ในส่วนของปัญหาบ้านเอื้ออาทร ที่มักจะนำไปเช่าช่วงต่อจนทำให้คนจนไม่มีรายได้ไม่สามารถเข้าถึงบ้านเอื้ออาทรได้ นางปวีณา บอกว่า เรื่องบ้านเอื้ออาทรมีนโยบายให้การเคหะแห่งชาติรื้อระบบการเช่าช่วงต่างๆของบ้านเอื้ออาทร โดยทำอย่างไรจะยกเลิกในส่วนนี้คือไม่มีให้มีการเช่าช่วงอีกต่อไป แต่ถ้าจะปล่อยให้เช่าช่วงก็ต้องมีกฎหมายรองรับ เนื่องจากนโยบายบ้านเอื้ออาทร มีเป้าหมายเพื่อต้องการให้เป็นที่อยู่อาศัยของคนจน ให้คนจนมีบ้านอยู่

"ที่ผ่านมาประชาชนมีการร้องเรียนเข้ามาเยอะมากเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในการเคหะฯทั้งเรื่องมีคนเช่าช่วงต่อจากการเคหะฯมาเก็บค่าเช่าบ้านเอื้ออาทรแพงเกินจริง และไม่มีการอะลุ้มอล่วย ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็ตัดน้ำตัดไฟ ทั้งๆที่การเคหะฯเป็นหน่วยงานที่ต้องช่วยเหลือประชาชนคนยากจน ดังนั้นในปีนี้ ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ให้หมดสิ้นไป เพื่อให้คนจนมีสิทธิ์เข้าอยู่ในบ้านเอื้ออาทรอย่างแท้จริง"นางปวีณากล่าว

นางปวีณาบอกว่าสิ่งที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ต้องเร่งแก้ปัญหาคือฟื้นฟูโครงการบ้านเอื้อที่เหลือขายจำนวน 45,000 ยูนิต โดยให้ กคช.ดำเนินการปรับปรุงห้องชุดในโครงการที่เหลือขายดังกล่าว เพื่อนำกลับมาทำตลาด และขายให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีที่อยู่เป็นของตนเองให้หมด

นอกจากนี้จะต้องเร่งลดหนี้สินที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการบ้านเอื้ออาทรที่มีอยู่กว่า 40,000 ล้านบาท รวมถึงการสร้างรายได้ใหม่ๆ เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาใช้ในการดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อย สำหรับนโยบายการหารายได้จากการเช่าที่ดิน หรือขายที่ดินที่มีอยู่ขณะนี้เพื่อนำเงินมาใช้ในการก่อสร้างบ้านขายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยนี้ จะมีการจัดตั้งโครงการ "เงินคนรวย ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย" โดยการเคหะแห่งชาติจะนำที่ดินแปลงศักยภาพที่ยังไม่มีการพัฒนาโครงการมาปล่อยเช่า หรือขายแก่บริษัทเอกชน หรือบุคคลที่ต้องการนำที่ดินแปลงศักยภาพไปใช้ประโยชน์ เพื่อนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการบ้านเป็นของตนเองสามารถซื้อบ้านเป็นของตนเองได้

กฤษดา รักษากุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า นโยบายการแก้ปัญหาการเช่าช่วงสัญญานั้นในเบื้องต้นจะต้องกลับไปพิจารณารายละเอียดกฎหมาย และธรรมเนียมปฏิบัติของ กคช.ก่อน อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหาการเช่าช่วงนั้นเบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้แนวทางการแก้ปัญหาแบบรัฐศาสตร์ หรือการเจรจากับผู้เช่าที่อยู่อาศัยระยะยาวของ กคช.ก่อน หากไม่ได้ผลก็ต้องมีมาตรการถัดไป เช่น การนำกฎหมายเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหา

โดยขณะนี้มีการให้เช่าช่วงบ้านเอื้ออาทรของการเคหะขณะนี้มีประมาณ 3,000 - 4,000 รายที่การเคหะปล่อยให้เช่าช่วงอยู่ เพราะหากมีการยกเลิกอาจจะต้องมาดูในรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งการแก้ปัญหาการเคหะฯมีกฎระเบียบของการเคหะอยู่แล้ว แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะปัญหาคงไม่สามารถแก้ได้ในวันเดียว

" ผมจะเร่งดำเนินการทันที โดยเริ่มจากการแก้ปัญหาการเช่าช่วง จากนั้นก็จะสะสางเรื่องของบ้านเอื้ออาทรที่ยังสร้างไม่เสร็จก็จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ" นายกฤษดาบอก

กฤษดา กล่าวอีกว่าขณะนี้ การเคหะฯได้ดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงข่ายคมนาคมโครงสร้างพื้นฐาน ตามแนวรถไฟฟ้า 10 สาย ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการโครงการดังกล่าวแล้ว โดยได้จัดทำแผนเร่งด่วนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) บริเวณ Depot บางไผ่ จ.นนทบุรี และสายสีเขียว(แบริ่ง - บางปิ้ง) บริเวณ Park & Ride บางปิ้ง จงสมุทรปราการ ซึ่งได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทำการวิจัย 2 โครงการ ได้แก่ ศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยบริเวณแนวเส้นทางรถไฟฟ้า 10 สาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค. 2557 และศึกษาแผนเร่งด่วนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้า สายสีม่วงและสายสีเขียว โดยการเคหะฯเตรียมจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในเดือน ต.ค. 2556 และจะผลักดันให้ ครม.ภายในสิ้นปีนี้

"ขณะนี้การเคหะฯเร่งดำเนินการสร้างบ้านเอื้ออาทรที่ยังคงเหลืออยู่ให้แล้วเสร็จในเร็วๆนี้ ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จไป 293 โครงการ จำนวน 270,466 หน่วย และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 23 โครงการ จำนวน 11,090 หน่วย และเร่งดำเนินการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อย และเป็นผู้ยากไร้ เพื่อให้มีที่พักอาศัยที่เหมาะสม และยังส่งเสริมกิจกรรมในชุมชนการเคหะให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมกับคนในชุมชนเป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์ของคนทุกวัยในชุมชนด้วย"กฤษดากล่าว

นอกจากการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนจนได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งที่อยู่อาศัยแล้ว การพัฒฯาบทบาทสตรีในชุมชนการเคหะ ให้เป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชนเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ต้องสนับสนุน ด้าน ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ บอกว่า การพัฒนาศักยภาพสตรีไม่ได้มีข้อด้อย หากแต่ยังขาดโอกาส ทั้งที่จำนวนสตรีไทยมีมากกว่าชาย กลุ่มสตรีจึงถือเป็นพลังสำคัญในการร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อพัฒนาในด้านต่างๆ ให้เกิดความยั่งยืนจึงเร่งพัฒนากลุ่มสตรีบ้านเอื้ออาทร ในการสร้างสรรค์ครอบครัวที่ดีและชุมชนยั่งยืน 2.พัฒนาศักยภาพของตนเองให้ก้าวไกล โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เสมอ เพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและวิถีชีวิตอาเซียนที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 นี้ 3.เราจะร่วมกันพัฒนาลูกหลานของเราให้เติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพและเป็นพลเมืองดีของชุมชนและสังคมต่อไป 4.ร่วมมือร่วมใจพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน และ5.สร้างเสริมรายได้ในครอบครัวของเราให้เข้มแข็ง มั่นคงอย่างพอเพียง พร้อมช่วยกันส่งเสริมผลผลิตในชุมชนของเรา