กรมชลประทานแจ้งกทม.ขอปล่อยน้ำเหนือเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาระบายลงทะเล หลังเขื่อนชัยนาท-ป่าสักฯ เริ่มเติม หวังบรรเทาพื้นที่ภาคกลางที่ประสบน้ำท่วม
ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือทำให้น้ำในเขื่อนด้านเหนือพื้นที่ภาคกลางเริ่มเต็ม กรมชลประทาน จึงเร่งระบายน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อระบายออกลงทะเลมากขึ้น ขณะที่ในพื้นที่หลายจังหวัดยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม
นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ทำหนังสือแจ้งมายัง กทม.ว่า ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. ไปจนถึงช่วงต้นเดือนต.ค. กรมชลฯ จะขอปล่อยน้ำจากเขื่อนด้านเหนือ อาทิ เขื่อนชัยนาท เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เข้ามา ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อระบายออกลงทะเลมากขึ้นในระดับที่ 2,200 -2,400 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวินาที เนื่องจากน้ำในเขื่อนด้านเหนือเริ่มเต็ม อีกทั้งเป็นการช่วยระบายน้ำช่วยจังหวัดภาคกลางที่ประสบปัญหาอุทกภัยด้วย
โดยกรมชลฯ ยืนยันว่าจะควบคุมการปล่อยน้ำให้อยู่ในระดับที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยารับได้ที่ 2,500-3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ดังนั้น ขอให้ชาวบ้านที่อยู่ตามริมน้ำเจ้าพระยาอย่าตื่นตระหนกกับระดับน้ำที่สูงขึ้น ยืนยันว่าน้ำจะอยู่ในระดับที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างแน่นอน
อุตุฯจับตาพายุจ่ออีสาน29-30ก.ย.
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีอากาศเย็นจัดจากจีน เข้ามาบริเวณตอนบนของไทย เป็นตัวแปรให้เกิดร่องมรสุม ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 25-29 ก.ย. จะมีฝนตกบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสาน และจะค่อยๆ เคลื่อนลงต่ำ ทำให้มีฝนหนาแน่นในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสานตอนล่างในวันที่ 27 ก.ย. แต่ปริมาณน้ำฝนจะไม่มากเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา จากนั้นต้องจับตาอิทธิพลพายุจากทะเลจีนใต้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอีสานของไทย ในวันที่ 29-30 ก.ย.ต่อเนื่องถึงต้นเดือนต.ค.และตั้งแต่ช่วงกลางเดือนต.ค. ตอนบนของประเทศอากาศจะเริ่มหนาวเย็น
นายกฯห่วงนิคมอุตฯสหรัตนคร
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมว่า ปริมาณน้ำฝนโดยรวมถือว่าน้อยกว่าปี 2554 แต่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ใต้เขื่อน และมีน้ำทะเลหนุนสูง จึงทำให้บางจังหวัดเกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม จากการบูรณาการในการบริหารจัดการน้ำ และการที่ รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เชื่อว่าการบริหารจัดการจะทำได้ดีขึ้น สามารถชะลอไม่ให้ลงมาในพื้นที่ปลายน้ำมากนัก
ทั้งนี้ พื้นที่ที่น่าห่วงขณะนี้คือ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงไปดูแลแล้ว พยายามดูแลเรื่องการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ให้มีข้อตกลงกันในพื้นที่ คาดว่าอีก 3-4 วัน สถานการณ์น่าจะบรรเทาลง ส่วนนิคมอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยานั้น ที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เพราะสร้างกำแพงกั้นน้ำเสร็จทีหลัง ส่วนนิคมอุตสาหกรรมอื่น ๆ เชื่อว่าพอรับได้
เมื่อถามถึงข่าวพนังกั้นน้ำย่านบางพลัด กทม.มีรอยรั่วบางจุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เนื่องจากบางส่วนอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพราะต้องการสร้างแบบถาวร เพื่อให้เปิด ปิดได้เวลาที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา จึงได้ทำแบบชั่วคราวเพื่อให้รองรับน้ำได้ไปก่อน ดังนั้นอาจจะมีปัญหาบ้างในบางจุดเหล่านี้ ซึ่งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่แก้ไขโดยเร็วแล้ว มั่นใจว่าแม้จะมีการระบายน้ำมายังเจ้าพระยามากก็ยังสามารถรับได้อยู่ และจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554
กำชับวอร์รูมปฏิบัติงาน24ชม.
ด้านนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ศูนย์เตรียมพร้อมเฉพาะกิจรับสถานการณ์อุทกภัยปี 2556-2557 ปฏิบัติงานตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง และให้แถลงความคืบหน้าสถานการณ์น้ำให้ประชาชนทราบทุกวัน วันละ 2 เวลา คือ 06.00 น. และ 20.00 น. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ และเรือเร็วไว้พร้อมปฏิบัติงาน
นายภักดีหาญส์ ยังกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติงบ 184 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรม ตามโครงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพื่อออกแบบ และก่อสร้าง ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ แบ่งเป็นงานด้านการประชาสัมพันธ์ 9 ล้านบาท การสำรวจความเห็นของประชาชน 8 ล้านบาท และการจัดเวทีรับฟังความเห็น 115 ล้านบาท เป็นต้น
ด้าน ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า กระทรวงมหาดไทยกำลังจัดกำหนดการ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจดูการก่อสร้างประตูระบายน้ำที่สำคัญ ทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น คาดว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจติดตามการก่อสร้างได้วันที่ 26 และ 28 ก.ย.
นิคมอุตฯสหรัตนนครมั่นใจน้ำไม่ท่วมแน่
นางประภาพรรณ รัฐกาญจน์ รองผู้อำนวยการ รักษาการกรรมการผู้จัดการบริษัท สหรัตนนคร จำกัด ผู้พัฒนาและดูแลนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร กล่าวแสดงความมั่นใจว่าปีนี้นิคมอุตฯ สหรัตนนครจะไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2554 โดยจากการตรวจสอบระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสัก และเขื่อนพระราม 6 ในภาพรวมทั้ง 3 แห่งยังไม่สูงจนเกิดปัญหา
สำหรับการป้องกันน้ำท่วมของนิคมฯ ดำเนินการใน 2 ส่วน คือ ส่วนแรก รอบนอกนิคมฯ มีแนวป้องกันน้ำทุ่ง 30,000 ไร่ กรมทางหลวงชนบทสร้างถนนมีความสูง 6.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.ร.ทก.) ระยะทางรวม 32.50 กิโลเมตรซึ่งสามารถป้องกันพื้นที่บ้านเรือนชุมชนกว่า 2,000 ครอบครัวในเขตอำเภอนครหลวงและนาข้าว รวมถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่โรงงานตั้งอยู่ 900 ไร่ด้วย
ส่วนที่ 2 คือ มีการสร้างแนวป้องกันคันดินกั้นน้ำฐานกว้าง 15 เมตร รอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเฉพาะส่วนที่มีโรงงานตั้งอยู่ 900 ไร่ สูง 6.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระยะทางรวม 6 กิโลเมตร เบิกงบประมาณไปแล้ว 17 ล้านบาท ส่วนอีก 1 กิโลเมตรจะสร้างเสร็จในอีก 4 เดือนข้างหน้าหรือเดือนมกราคมปี 2557 ขณะที่เขื่อนถาวรยาว 7 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเสริมฐานดินเขื่อนชั่วคราวให้กว้างขึ้นพร้อมเพิ่มความสูงเป็น 7.50 เมตรและเสริมความสูงด้วยคอนกรีตป้องกันการกัดเซาะอีก 1 เมตร รวมความสูงแนวป้องกันน้ำ 8.50 เมตร จะเสร็จในเดือนก.ค.2557 งบประมาณรวม 558 ล้านบาท รวมที่สร้างเขื่อนดินชั่วคราวแล้ว
อุบลฯประกาศภัยพิบัติ15อำเภอ
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างจังหวัด นั้น นายสุทธินันท์ บุญมี รักษาการผู้ว่าฯอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ได้ลงนามประกาศอำเภอที่ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมไปแล้ว 15 อำเภอ และได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือให้นายอำเภอทั้ง 25 อำเภอไปใช้จ่ายเป็นการเบื้องต้นไปก่อน หากไม่เพียงพอ ก็ให้ขอเข้ามาได้อีก ซึ่งทางจังหวัดพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
เบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยแล้วจำนวน 15 อำเภอ 48 ตำบล 402 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัยจำนวน 181,625 คน ถนนชำรุด 70 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวน 2,030 ไร่ บ่อปลา 70 บ่อ และ สะพานชำรุด 12 แห่ง
ชัยภูมิน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ
ที่ จ.ชัยภูมิ น้ำจากลำน้ำชีได้ท่วมบ้านเรือนราษฎรในช่วงรอยต่อ อ.บ้านเขว้าและ อ.จัตุรัส โดยระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตรทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 200 หลังคาเรือน นาข้าวถูกท่วมมากกว่า 10,000 ไร่
นอกจากนี้ น้ำในเขื่อนลำปะทาว ได้ทะลักเข้าท่วมโซนเศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิทั้ง 25 ชุมชน โดยระดับน้ำสูงประมาณ 1เมตร และ โรงเรียนชุมชนบ้านเมืองน้อยราษฎร์สงเคราะห์ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลได้ประกาศสั่งหยุดเรียนอย่างไม่มีกำหนด
พิจิตรอ่วม8อำเภอ
ที่จ.พิจิตร น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ที่ไหลทะลักท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ เขตเทศบาลตำบลทับคล้อ อ.ทับคล้อ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทางทิศตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ระดับน้ำยังคงทรงตัวและเริ่มลงบ้างส่วนแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงเดือดร้อนจากน้ำที่ขัง เนื่องจากชาวบ้านหลายคน เริ่มขาดแคลนน้ำดื่ม และห้องสุขา ที่ถูกน้ำท่วมเสียและใช้การไม่ได้
ด้าน นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ประชุมหน่วยงานราชการ นายอำเภอ พร้อมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดพิจิตร ถึงสถานการณ์น้ำท่วม และได้ประกาศพื้นที่ภัยน้ำท่วม แล้ว 8 อำเภอ อำเภอ 27 ตำบล 184 หมู่บ้าน
ปราจีนบุรียังหนักเด็กจมน้ำดับ 1
ที่จ.ปราจีนบุรี เกิดเหตุสลดใจเมื่อ ด.ญ.จิรวรรณ จันทร์ดี อายุ 11 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180/2 หมู่ 9 บ้านเกาะกระพี้ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ไปชักชวน ด.ญ. ศศิกาญจน์ วงษ์ไพร อายุ 10 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 5 ต.ท่าตูม มาเล่นน้ำที่ถนนหน้าบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ระหว่างนั้น ได้มีรถแล่นผ่านทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่จนซัดทั้งคู่ลอยไปกลางทุ่ง พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ รีบได้ลงไปช่วย และคว้ามือ ด.ญ.จิรวรรณ ไว้ได้ ส่วนด.ญ. ศศิกาญจน์ จมน้ำที่ลึก 4 เมตรหายไปจากนั้นอาสาสมัครกู้ภัยเร่งค้นหาจนร่างเด็กหญิงเคราะห์ร้ายจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในทุ่งนา
สำหรับสถานการณ์น้ำที่ท่วมใน จ.ปราจีนบุรี มีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 4 อำเภอประกอบด้วย อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.เมือง และ อ.นาดี ทางจังหวัดปราจีนบุรี จึงประกาศให้เป็นอำเภอประสบภัยพิบัติแล้ว






