"ยิ่งลักษณ์"เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ทูลเชิญเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ณ พระราชวังสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส (His Holiness Pope Francis) ณ นครรัฐวาติกัน
นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์ไทย-วาติกันที่มีมาอย่างราบรื่น โดยการเยือนนครรัฐวาติกันครั้งนี้ เป็นการเยือนในรอบ 58 ปีของนายกรัฐมนตรีไทย นับตั้งแต่การเยือนของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเยือนนครรัฐวาติกันครั้งแรกเมื่อปี 2498 โดยความสัมพันธ์ไทย-วาติกันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสครั้งนี้ จึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย-วาติกันที่สืบเนื่องมายาวนานกว่า 390 ปีและเป็นการแสดงถึงความเคารพต่อคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกที่มีอิทธิพลต่อโลกและมนุษยชาติ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวชื่นชมการมีบทบาทของคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ตลอดจนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงยินดีต่อการให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาของไทย โดยนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่า ไทยเป็นประเทศที่เคารพและเข้าใจในความหลากหลาย รัฐบาลไทยส่งเสริมให้คนทุกชาติและทุกศาสนาสามารถประกอบศาสนพิธีของตนได้อย่างเสรีและอยู่ร่วมกันในสังคมไทยได้ ชาวไทยที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิกมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยนอกจากนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฯทรงมีการสนทนากับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับสถานการณ์ความยากจนทั่วโลก ซึ่งต่างเห็นว่าการแก้ไขความอดอยากและการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น นับเป็นเรื่องสำคัญ นโยบายของไทยและวาติกันต่างสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงการบริการทางด้านสาธารณสุข การรักษาสันติภาพระว่างทุกศาสนา และการส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนา ความเชื่อ และวัฒนธรรม(Interfaith Dialogue)เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพระหว่างประเทศ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเยือนไทยอย่างเป็นทางการด้วย






