น้องชายอดีตเณรคำ เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน แต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์นักข่าว ล่าสุดดีเอสไอพบทรัพย์สินในอ.แม่สอดหลักสิบล้านบาท เร่งเครื่องคดีฉ้อโกง
นายสุริ สุขผล น้องชายนายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำพร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ตามหมายเรียกเข้าให้ปากคำครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการให้โอกาสครั้งสุดท้ายก่อนขออนุมัติออกหมายจับ โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนเตรียมแถลงข่าวตอบข้อซักถามสื่อมวลชนหลังไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับนายสุริเพื่อยืนยันการเดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน แต่ขณะที่กำลังจะเริ่มแถลงข่าวนายสุริพร้อมทนายได้เดินทางมาถึงพอดี พนักงานสอบสวนจึงขอให้นายสุริเปิดโอกาสให้สื่อได้ซักถามข้อสงสัยต่าง ๆ โดยในเบื้องต้นนายสุริและทนายความยอมที่จะร่วมแถลงข่าว แต่เมื่อทนายความได้โทรศัพท์ไปปรึกษาบุคคลอื่น ก่อนจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนว่า เป็นสิทธิที่จะไม่ตอบข้อซักถามสื่อมวลชน ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวเข้าสอบปากคำทันที
ด้านพ.อ.ชัชนันท์ เมธีธรรมาภรณ์ รองผบ.สำนักคดีความมั่นคง เปิดเผยว่า ดีเอสไอจะสอบปากคำนายสุริในฐานะผู้ใกล้ชิดกับอดีตเณรคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำผิดโดยเฉพาะข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ส่วนกรณีที่ขอตรวจสอบดีเอ็นเอเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเด็กอายุ 11ปีที่อ้างว่าเป็นลูกของอดีตเณรคำนั้นจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัว ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามขอตรวจดีเอ็นเอนายสุริแล้วแต่นายสุริไม่ยินยอมจึงไม่สามารถดำเนินการได้
อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอสรุปสำนวนคดีล่วงละเมิดทางเพศส่งฟ้องอัยการไปแล้ว ภายหลังผลการตรวจดีเอ็นเอจากก้นซิการ์ พยานวัตถุในคดีพบความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกระหว่างอดีตเณรคำกับเด็กชายวัย 11 ปี ดังนั้น การตรวจดีเอ็นเอนายสุริจึงไม่จำเป็นแล้ว เว้นแต่นายสุริประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันว่าเป็นพ่อของเด็กชายวัย 11 ปี
พ.อ.ชัชนันท์ กล่าวอีกว่า การสอบปากคำนายสุริจะสอบในทุกประเด็นตามข้อหาหลัก 4 คดี ของอดีตเณรคำ สำหรับการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเณรคำขณะนี้พบทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ดังนั้น ยืนยันได้ว่าทรัพย์สินมีอยู่จริงแน่นอน ดีเอสไออยู่ระหว่างพยายามติดตามขยายผลเพราะเชื่อว่าความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีการทำกันเป็นขบวนการ ล่าสุดมีผู้เสียหายกว่า 10 ราย ติดต่อเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตเณรคำในคดีฉ้อโกงประชาชน






