"หมอประดิษฐ"หารือ"ยิ่งลักษณ์"แก้ปัญหาต่างด้าว ระยะสั้นให้หาที่อยู่เป็นสัดส่วน ลงทะเบียน ซื้อประกันสุขภาพ
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในการหารือร่วมกับนางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ถึงการดำเนินการดูแลแรงงานต่างด้าว ผู้ติดตามและบุตร (Migrant) ที่เหมาะสมของประเทศ นั้นเนื่องจากรัฐบาลยอมรับว่าคนเหล่านี้คือคนที่เข้าช่วยในการพัฒนาประเทศ ให้รุ่งเรือง แต่การเข้ามาด้วยการหลบหนีเข้าเมืองนั้นก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่าง ทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาการแย่งใช้ทรัพยากรในประเทศที่ใช้ดูแลคนไทย ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการดูแลคนเหล่านี้อย่างเป็นระบบ โดยมาตรการระยะสั้นคือร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ (พม.) ให้คนเหล่านี้มาขึ้นทะเบียนถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งระหว่างที่มีการตรวจสอบสัญชาติจะไม่ถือว่าบุคลเหล่านี้เป็นผู้เข้าเมือง ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือกับ พม. ในการจัดหาที่อยู่อาศัยอย่างเป็นสัดส่วน หรือเป็นนิคม โดยใช้พื้นที่การเคหะ เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำตามที่ได้ปฏิญาณกับองค์การสหประชาชาติเรื่องสิทธิ มนุษยชน
อย่างไรก็ตาม จะมีเงื่อนไขว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องซื้อบริการสุขภาพ ในราคาที่เหมาะสมคือเด็กวันละ 1 บาท ผู้ใหญ่คนละ 2,200 บาท ต่อปีรวมค่าตรวจสุขภาพ 600 ต่อปี ซึ่งจะได้รับสิทธิในการรักษาโรคเอดส์ อนามัยแม่และเด็ก โดยคำนวณไว้ 5% จากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท หรือ 15 บาทต่อวัน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ นอกจากนี้ยังให้การศึกษา เพราะหวังว่าเมื่อคนเหล่านี้อยู่ในประเทศก็จะต้องเติบโตเป็นคนที่ดีของประเทศ ไม่สร้างปัญหา หรือเมื่อกลับประเทศไปแล้วก็จะได้นึกถึงประเทศไทย
นพ.ประดิษฐ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยประมาณ 2-3 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะโครงการการลงทุนต่างๆ ของประเทศไทยกำลังขยายตัว ซึ่งต้องใช้แรงงานจำนวนมาก การแก้ปัญหาในระยะยาวคือต้องทำให้ประชากรไทยมีอัตราการเจริญพันธุ์มากขึ้นจาก 1.5-1.6 % เป็น 2.1 % เพราะขณะนี้อัตราการ เกิดอยู่ที่ 800,000 คนเท่านั้น ตัวเลขยังน้อยอยู่ ตรงนี้นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สธ. จะเป็นผู้ดูแลโดยร่วมมือกับพม. ในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานเป็น 10 ปี นอกจากนี้ยังต้องหารือกับกระทรวงศึกษาธิการในการปรับปรุงระบบการศึกษาให้ ผลิตบุคลากรระดับอาชีวะมากขึ้นเพื่อเพิ่มคนทำงานในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม มีการปรับค่าแรงให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน รวมถึงการนำเทคโลยีมาลดการใช้แรงงานจากคน
ด้าน นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สธ. กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยมีการวางแผนครอบครัวน้อยลง โดยเฉพาะผู้หญิงที่ออกมาทำงานนอกบ้านมากขึ้น และแต่งงานเมื่ออายุมาก ทำให้บางรายมีลูกยาก ประกอบกับบางครอบครัวคาดหวังให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีๆ จึงมีลูกเมื่อพร้อม บวกกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ส่งผลอัตราการเกิดของเด็กไทยน้อย ดังนั้นตรงนี้จึงได้ร่วมมือกับ พม. ในการรณรงค์เปลี่ยนคนความคิดของคนไทยกันใหม่ ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่าอย่างน้อยผู้หญิงน่าจะแต่งงานมีครอบครัวในช่วงอายุประมาณ 20 กว่าๆ หลังเรียนจบและทำงานมาแล้วประมาณ 2-3 ปี และใน 1 ครอบครัวอย่างน้อยน่าจะมีลูก 2 คน






