หน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) รายงานว่าชาวซีเรียกว่า 2 ล้านคนได้หนีภัยสงครามออกนอกประเทศ
นับเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าจากปีก่อน เพราะเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 จำนวนผู้ลี้ภัยซีเรียมีเพียง 230,671 คน
ชาวซีเรียที่ข้ามพรมแดนมานั้นมีสมบัติแค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุด และนอกจากผู้อพยพแล้ว ยังมีคนอีก 4.25 ล้านคนที่ต้องพลัดถิ่นฐานในซีเรียตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในเดือนมี.ค. 2554
สภาพการณ์ดังกล่าวเท่ากับว่าชาวซีเรีย 6.2 ล้านคนต้องออกจากบ้านเรือน อันเป็นจำนวนที่เทียบเคียงไม่ได้เลยกับประเทศใด ทั้งยังคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรซีเรียก่อนเกิดสงครามที่มีจำนวน 20.8 ล้านคน
ด้านอิตาลีเตือนว่าสหภาพยุโรป (อียู) ยังไม่สามารถแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยจำนวนมากได้ และสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายหากนานาชาติแทรกแซงซีเรีย โดยนายกรัฐมนตรีเอนริโก เลตตา คาดว่าวิกฤตซีเรียจะนำไปสู่ปัญหาผู้ลี้ภัยที่รุนแรงขึ้น และว่าอียูยังไม่มีแนวทางที่ดีพอในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว
ความขัดแย้งในแอฟริกาเหนือและเมดิเตอร์เรเนียนโดยเฉพาะที่อียิปต์และซีเรีย ทำให้เรือผู้อพยพมากขึ้นหลั่งไหลมาที่อิตาลี ซึ่งเป็นจุดหมายแรกสำหรับผู้ลี้ภัยในการเดินทางเข้าอียู กระทรวงมหาดไทยประเมินว่าผู้อพยพซีเรีย 3,000 คนได้เดินทางเข้าไปยังอิตาลีตั้งแต่ต้นปีนี้
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์อัล-วาทัน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย ตีพิมพ์ผลการศึกษาที่ระบุว่าหากสงครามซีเรียยุติลงทันทีและการฟื้นฟูเริ่มต้นขึ้นในขณะนี้ จะต้องสิ้นค่าใช้จ่าย 73,000 ล้านดอลลาร์ในการฟื้นฟูประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ซีเรียกล่าวว่าการลอบวางระเบิด การสู้รบ และวินาศกรรมโครงสร้างพื้นฐานในช่วงของความขัดแย้ง สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน 1.5 ล้านหลัง
ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมี.ค.2554 มีผู้เสียชีวิตกว่า 110,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นพลเรือนกว่า 40,100 ราย






