เครือข่ายสวนยางโคราช จี้ประกันราคา80บ.

เครือข่ายสวนยางโคราช จี้ประกันราคา80บ.

เครือข่ายชาวสวนยางพาราโคราช ยืน 3 ข้อ จี้รัฐบาล ประกันราคายาง 80 บาท / กก. ช่วยเหลือชาวสวนยาง พึ่งที่ดิน สปก.4-01 ปล่อยกู้ปลอดดอกเบี้ย

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ภายหลังจากที่กลุ่มตัวแทนชาวสวนยาง 4 ภาค ได้เข้าไปเจรจากับตัวแทนของรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา และได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลจะชดเชยปัจจัยการผลิตตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เสนอมา โดยใช้งบกลางจากสำนักงบประมาณ จำนวน 8,000 ล้านบาท เบื้องต้นคณะกรรมการกลั่นกรองเห็นชอบงบประมาณเบื้องต้นเพื่อดำเนินการทันที 5,628 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรกู้ผ่านบัญชีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.) ไม่เกิน 1,260 บาท/ไร่ จำกัดรายละ 25 ไร่ หรือ 31,500 บาทต่อราย โดยเพิ่มจากเดิมจำกัดรายละ 10 ไร่ ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นเป็นเวลา 7 เดือน จนถึงช่วงเดือน มีนาคม 2557 ซึ่งเป็นฤดูกาลปิดหน้ายางนั้น

โดยยายชวน ฉิมกลาง ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือดังกล่าว เกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครราชสีมา พอที่จะรับได้ แต่ยังต้องรอฟังความชัดเจนมากกว่านี้ โดยเฉพาะราคายางที่ขอให้ประกัน 80 บาท/กิโลกรัม ยังอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ รวมทั้งการขอให้ช่วยเหลือชาวสวนยางที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ด้วย เนื่องจากปัจจุบันชาวสวนยางในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นรายย่อยปลูกยาง 5 - 10 ไร่ มีอยู่เป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งก็อยู่ในพื้นที่ สปก. 4-01 ซึ่งไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือครั้งนี้มากนัก ดังนั้นรัฐบาลควรจะดูแลในเรื่องของการช่วยเหลือเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยด้วย เพราะหากประชาชนนำเงินต้นมาส่งคืนได้ รัฐบาลก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีก ทั้งนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่ได้อยากจะเข้ามาวุ่นวายกับรัฐบาลมากนัก หากรัฐบาลช่วยเหลือได้ตามที่เรียกร้องไป ก็พร้อมที่จะไม่เดินทางเข้าร่วมการชุมนุมปิดถนนแน่นอน นายชวนฯ กล่าว

ด้านนายสิทธิพร เทพจันทรามณีฉาย ประธานเครือข่ายชาวสวนยางภาคอีสาน เปิดเผยว่า ผลการเจรจากับรัฐบาลเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้ชาวสวนยางในภาคอีสานมีความเห็นต่างเป็น 2 ส่วน โดยประมาณร้อยละ 30 รู้สึกพอใจกับมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล แต่อีกประมาณร้อยละ 70 รู้สึกยังไม่พอใจ และยังยืนยันที่จะเคลื่อนไหวชุมนุมปิดถนนตามแผนเดิม ทั้งนี้ตนก็รู้สึกหนักใจ และขอให้แกนนำเครือข่ายแต่ละจังหวัดไปพูดคุย ทำความเข้าใจกับเครือข่ายด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ทางพรรคฝ่ายค้านจะนำเรื่องปัญหาราคายางเข้าสู่ที่ประชุมสภา ตนก็ได้ขอให้นำเรื่องการผ่อนปรนที่ดินปลูกสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์เข้าไป เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการนี้ด้วย และขอให้ช่วยเหลือตามความเป็นจริง

ทางด้านนายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชีมา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลกระทบทางภาคเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่อาจจะได้รับผลบกระทบจาการชุมนุมปิดถนนของกลุ่มชาวสวนยางพาราที่จะมีการชุมนุมปิดถนน ในวันที่ 3 กันยายน นี้ ว่า หากมีการชุมนุมปิดถนนที่บริเวณทางต่างระดับสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จริง ก็จะทำให้ภาคธุรกิจในเรื่องของการขนส่งได้รับผลกระทบอยู่อย่างแน่นอน แต่ก็เป็นระยะเวลาที่สั้นๆ ซึ่งผลกระทบในครั้งนี้ไม่ใช้จะได้รับผลกระทบเพียงจังหวัดนครราชสีมา เพียงจังหวัดเดียว แต่ทั้ง 20 จังหวัดในพื้นที่ภาคตัวในออกเฉียงเหนือ ก็ล้วนแต่ได้รับผลกระทบด้วยทั้งนั้น แต่เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์การชุมนุมปิดถนนอย่างนี้มาหลายครั้ง ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้หาเส้นทางสำรองเพื่อไว้ให้ประชาชน สามารถสัญจรไปมาได้ดังเดิม แต่ก็จะได้รับผลกระทบในเรื่องของระยะเวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้น เนื่องจากเส้นทางสำรองล้วนเป็นเส้นทางที่มีระยะทางที่เพิ่มขึ้นจากเดิม

ส่วนมูลค่าความเสียหายของทางภาคเศรษฐกิจ ที่จะได้รับผลกระทบจากการปิดถนนในการชุมนุมในครั้งจะปริมาณมูลค่าความเสียหายนั้น ส่วนตัวแล้วคิดว่ายังไม่สามรารถที่จะประเมินมูลค่าได้ เนื่องจากเป็นการชุมนุมที่ไม่ยืดเยื้อ และตนคิดว่ารัฐบาลก็จะต้องรู้ว่าเกษตรกรจะต้องมีการชุมนุมในวันที่ 3 กันยายน นี้ ก็ควรที่จะเร่งในการดำเนินการในการเจราจาเพื่อหาข้อสรุปในสิ่งที่จะช่วยเหลือชาวสวนยางพารา เหมือนที่เคยช่วยเหลือเกษตรกรรรายอื่นๆ อาทิ การดูแลเกษตรกรที่ปลูกข้าว ที่เข้ามาดูแลราคาข้าว ซึ่งตนคาดว่าหากรัฐบาลสามรารถเข้ามาดำเนินการในเรื่องของราคายางพาราก็จะทำให้การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นถูกยกเลิก แต่ก็จะต้องหาราคาสรุปที่รัฐบาลสามารถแบ่งมาดูแลเกษตรกร แต่การดูแลในระยะยาวก็ควรที่จะมีการหาทางแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง เพื่อในการดูแลพืชผลทางเกษตรกรระยะยาว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย

นายจักริน กล่าวอีกว่า ในกรณีที่หลายฝ่ายมองดูว่ากลุ่มชาวสวนยางพาราที่ชุมนุม นั้นได้มีกลุ่มมือที่สาม หรือฝ่ายที่จะต้องการล้มรัฐบาลเข้ามาร่วมในการชุมนุม นั้น ตนคิดว่า ชาวบ้านหรือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องของราคายางพารา ก็คงมีการแยกแยะออกว่า อะไรที่เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของตนเองอย่างแท้จริง และก็จะไม่ให้การสนับสนุน ขณะที่ราคายางพาราที่ลดต่ำลง ก็ยังส่งผลให้ในภาคเศรษฐกิจในหลายด้านก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย อาทิ เนื่องจากเกษตรกรชาวสวนยางพารา ก็เหมือเกษตรกรที่ปลูกข้าว เนื่องจากเมื่อได้เงินจากการขายผลผลิต มาเลือกซื้อสินค้า อาทิ รถจักรยานยนต์ ทองรูปพรรณ หรือบางรายก็เลือกซื้อรถยนต์ ดังนั้นเมื่อราคายางพาราลดต่ำลงก็ส่งผลต่อธุรกิจการค้าด้วยเช่นกัน