วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แพทยสภาเล็งประกาศยกเลิกใช้'ซิลิโคนเหลว'

แพทยสภาเตรียมประกาศยกเลิกใช้"ซิลิโคนเหลว" เสริมความงาม ชงเข้าคกก.แพทยสภา12ก.ย. หลังพบผู้รับการฉีดจำนวนมากต้องเข้ารักษา

นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เกี่ยวกับการศัลยกรรมตกแต่ง การเสริมสวย และการโฆษณา เปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้มีการพิจารณาการฉีดสารเติมเต็มหรือฟินเลอร์เพื่อใช้ในการเสริมสวย โดยสารเติมเต็มนี้มี 3 รูป คือ 1. สารเติมเต็มที่สลายไปได้เองภายใน 3-6 เดือน 2.สารเติมเต็มที่สลายภายใน 1-2 ปี และ 3.สารเติมเต็มที่สลายไม่สลายตัว ซึ่งเป็นการพิจารณาสารเติมเต็นในรูปแบบที่ 3 คือ ซิลิโคน ซึ่งจากรายงานของสมาคมศัลยกรรมตกแต่งพบว่าภายหลังการฉีดได้ก่อให้เกิดผลเสียมากมาย นอกจากไม่ได้ทำให้สวยขึ้นแล้ว ยังมีการอักเสบ ติดเชื้อ ก่อตัวขึ้นเป็นก้อนเนื้อ ผิวขรุขระ และยังมีการไหลลงไปสู่ที่ตามและแก้ม ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขทำได้ยากมาก ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้สารเหล่านี้ในการเสริมสวยค่อนข้างมาก ดังนั้นอนุกรรมการฯ จึงมีมติเสนอให้มีการออกประกาศห้ามการฉีดสารเติมเต็มที่ไม่สลายตัว ไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนเหลวในรูปแบบใด อย่าง ไบโอพลาสติก พลาฟิน หรือสารอื่นๆ ไม่สลายตัว เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แม้ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกรายก็ตาม ถือเป็นการประกาศครั้งแรกของประเทศไทยที่จะห้ามฉีดสารนี้ โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการแพทยสภาในวันที่ 12 กันยายน 2556 นี้

นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการนำเข้าซิลิโคนเหลวไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอยู่แล้ว ดังนั้นการบริการฉีดซิลิโคนเหลว ไม่ว่าที่ใดถือว่ามีความผิดทั้งหมดอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีผู้ที่ลักลอบนำเข้าและฉีดให้กับประชาชนทั่วไป โดยผู้ฉีดมีทั้งแพทย์และไม่ใช่แพทย์ ดังนั้นการออกประกาศยกเลิกการฉีดซิลิโคนเหลวนี้ จะมีผลเพื่อเป็นการเตือนให้ความรู้ประชาชนที่จะไปรับการฉีดสารเติมเต็มว่า สารที่ฉีดนี้เป็นสารอะไร ได้รับการรับรองจาก อย.หรือไม่ เพราะปัจจุบันมีเพียงสารฉีดเติมเต็มเดียวที่ได้รับการรับรอง คือ ไฮยาลูรอน เอซิค เท่านั้น แม้แต่คอลลาเจนก็ไม่ได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ตามในการฉีดซิลิโคนเหลวมีเพียงกรณีเดียวที่ได้รับการยกเว้น เนื่องจากเป็นการใช้เพื่อการรักษากรณีที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อยุบหรือฟ่อ อย่างเช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อ เป็นต้น แต่ก็มีการใช้ที่น้อยมาก นอกจากนี้การประกาศนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อการควบคุมการโฆษณาและการทำธุรกิจ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดูในเรื่องการโฆษณา

"การประกาศยกเลิกการใช้ซิลิโคนเหลาวของแพทยสภานี้ นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนประชาชนแล้ว ยังมีผลในการลงโทษแพทย์ที่ใช้สารเหล่านี้ในการตกแต่งศัลยกรรม ซึ่งจะทำให้มีบทลงโทษต่อวิชาชีพที่ชัดเชนมากขึ้น" เลขาธิการแพทยสภา กล่าว

นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย และอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับศัลยกรรมตกแต่งฯ กล่าวว่า การใช้สารเติมเต็มซิลิโคนเหลว ในส่วนของใบหน้าที่ผ่านมาพบว่า ภายหลังการฉีดไปแล้วมีจำนวนมากที่เกิดปัญหา ซึ่งจากการศึกษาพบว่าหลังการฉีดซิลิโคน 1-2 ปีแรก การฉีดจะสวยและเข้าที่ แต่หลังจากนั้น 3-5 ปีจะเริ่มแสดงผลการทำลายเนื้อเยื่อใต้เซลผิวหนัง ซึ่งจะมีอาการต่างๆ ตั้งแต่การเกิดอาการบวม อักเสบ การติดเชื้อ มีผื่นแดง ผิวขรุขระ ใบหน้าบิดเบี้ยว และจะเริ่มคลำพบเนื้องอก