"กำนันกาลิซา"อดีตพูโลกลับใจ ลั่นเดินหน้าต้าน"กลุ่มป่วนใต้"
ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นปัญหารื้อรัง โดยเฉพาะปมปัญหา กลุ่มเยาวชนที่ถูกขบวนการก่อความไม่สงบชักจูงให้เกิดแนวคิดต่างจากสังคมส่วนใหญ่ หรือ ถูกยั่วยุให้เกิดความอคติต่อเจ้าหน้าที่รัฐ จนนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรง
ก่อนหน้านี้มีเยาวชนหลายคนที่หลงผิดเปิดใจถึงเหตุผลเข้าร่วมขบวนการ โดยระบุว่า เขาถูกปลูกฝั่งเรื่องปลดแอกรัฐปาตานี เรื่องถูกลิดรอนสิทธิ์ต่างๆจากภาครัฐ จนเกิดความรู้สึกเกลียดชัง หรือ อีกส่วนหนึ่งคือ ต้องการให้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อนๆ หากก่อเหตุจนฝ่ายตรงข้ามเกิดความสูญเสียได้สำเร็จก็จะได้รับการยกย่อง
มาหามะ เจ๊ะแหม กำนันต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยหลงผิดเข้าร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนในนาม "กลุ่มพูโล" เปิดใจถึงเรื่องราวช่วงที่เข้าร่วมกับขบวนการ
ผมเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน เมื่อปลดประจำการก็กลับมาทำสวนที่บ้านกาเด็ง ต.กาลิซากับครอบครัว ทำสวนได้ไม่นาน "นายฮามิ กาแย"แนวร่วมกลุ่มพูโลในสมัยนั้นก็ชักชวนเข้าร่วมอุดมการณ์ ช่วงนั้นผมยังอยู่ในวัยรุ่นมีความอยากรู้ อยากเห็น จึงเข้าร่วมเพื่อให้เพื่อนๆในกลุ่มยกย่องสรรเสริญ ไปไหนมาไหนก็สามารถเบ่งได้
"เมื่อเข้าร่วมขบวนการ หัวหน้ากลุ่มได้สอนให้มีแนวคิดเรื่องรัฐปาตานี ปลุกให้พวกเราต้องแย่งชิงจากรัฐไทยมาให้ได้ พร้อมทั้งสอนให้ฝึกอาวุธเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ"
มาหามะ เล่าอีกว่า ผมเองเคลื่อนไหวในแถบพื้นที่อ.แว้ง จ.นราธิวาส เคยลอบยิงตำรวจ ทหาร จนเสียชีวิตมาแล้วหลายราย การก่อเหตุลักษณะคล้ายๆกับแนวร่วมก่อความไม่สงบที่ก่อเหตุอยู่ในปัจจุบัน
หลังจากผมใช้ชีวิตกับขบวนการกว่า6ปี ทำให้ผมคิดว่ามันไม่ใช่ เพราะชีวิตผมต้องอยู่แบบหลบๆซ้อนๆบางวันก็ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน ไม่ได้เจอหน้าพ่อและแม่ ชีวิตในขณะนั้นลำบากมากๆถูกทางการประกาศไล่ล่าต้องหลบหนีอยู่ตลอดเวลา จึงรู้สึกว่าเข้าร่วมขบวนการไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับตัวเรา
"มีอยู่วันหนึ่งที่ทำให้สำนึกผิด คือเขาสั่งให้ผมไปยิงชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธ และไม่มีทางสู้ ผมก็ลงมือทำแต่มารู้ทีหลังว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมรู้สึกเสียใจมาก และตำหนิตนเองว่าทำไปได้อย่างไรทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรเราเลย จากนั้น เมื่อมีคำสั่ง 66/23 ให้ผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐวางอาวุธเพื่อเข้าเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ผมจึงออกจากป่าเพื่อมอบตัว"
"และหลังจากมอบตัวผมได้ประกาศจุดยืนว่าถ้ากลุ่มแนวร่วมแบ่งแยกดินแดนมาก่อเหตุหรือผ่านตำบลที่ผมอาศัยอยู่ ผมจะขอสู้กับขบวนการจนสุดชีวิต" มาหามะ กล่าว
อดีตแนวร่วมพูโล กล่าวถึงกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เคลื่อนไวในปัจจุบันว่า ในอดีตเขาเป็นกลุ่มเล็กๆและเราไม่ค่อยมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเขามากนัก เพราะมีหลายๆอย่างที่เรามีแนวคิดแตกต่างกัน แต่ปัจจุบันดูเหมือนทั้ง 2กลุ่มจะมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
"ฮัสซัน ตอยิบ สมัยก่อนแทบจะไม่มีใครรู้จัก แต่ปัจจุบันกลับมีชื่อเสียงโด่งดัง จึงรู้สึกงงๆว่าทำไมต้องไปเจรจากับ ฮัสซัน ตอยิบ ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีหลายมิติแต่ผมไม่อยากพูดอะไรมากเพราะมีกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย"
กำนันต.กาลิซา บอกอีกว่า แนวร่วมกลุ่มบีอาร์เอ็นในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนองอยากรู้อยากเห็นจึงเข้าร่วมกับขบวนการ ยิ่งใครทำร้ายฝ่ายตรงข้ามได้ ก็จะได้รับความนับถือจากกลุ่มวัยรุ่นด้วยกันไปไหนมาไหนมีแต่คนนับถือ
และอีกปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นเข้าร่วมขบวนการคือเรื่องยาเสพติด โดยขบวนการจะนำมาเป็นตัวล่อให้กับกลุ่มเยาวชนเข้าร่วม ประเด็นนี้จึงทำให้ผมคิดว่าในอนาคตจะประกาศปราบยาเสพติดทุกชนิด โดยจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจปัสสาวะทุกคน หากพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง หรือ มีสารเสพติดในร่างกายก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปบำบัด
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะปกป้องไม่กลุ่มวัยรุ่นเข้าร่วมขบวนการคือสถาบันครอบครัว พ่อ แม่ ต้องเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่หลงผิดเข้าไปร่วมกับขบวนการ
"ต.กาลิซา ทุกวันนี้ประชาชนทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา และประชาชนทุกครัวเรือน โดยเราได้ร่วมกันประกาศต่อสู้กับขบวนการก่อความไม่สงบ พวกเรายืนหยัดว่าถ้าลุกขึ้นสู้แล้วจะถอยไม่ได้ ถ้าวันไหนถอยแค่เก้าเดียววันนั้นเราจะพบกับความพ่ายแพ้ทันที"
"ผมเคยถูกแนวร่วมก่อความไม่สงบดักยิงมาแล้วครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนั้นคือผมเข้าไปห้ามคนที่จะเข้าร่วมกับขบวนการ ซึ่งเขาเป็นคนในพื้นที่ตำบลใกล้เคียง ผมบอกว่าอย่าไปยุ่งเลย แต่เขาก็ไม่เชื่อ ผมจึงท้าว่าถ้าเข้าไปยุ่งเรามายิงกันเลย พูดจบผมก็ขับรถกลับบ้านระหว่างทางก็ถูกดักยิงจนได้รับบาดเจ็บที่แขน จังหวะนั้น ผมชักปืนยิงสู้จนเขาล่าถอย ถ้าวันนั้นผมไม่สู้ป่านนี้คงตายไปแล้ว"
มาหามะ กล่าวด้วยว่า ชาวบ้านต.กาลิซาร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยทุกหมู่บ้านจะจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ขึ้นมา โดยได้งบจากภาครัฐเดือนละ 20,000 บาท และ เงินทั้งหมดจะมอบให้ชุดชรบ.ไปจัดการกันเอง นำไปซื้อกาแฟ หรือสิ่งบริโภคอื่นมากินด้วยกัน และ เราจะมีการประชุมหารือกันแทบทุกเดือน เวลาประชุมจะมีชาวบ้านในต.กาลิซา แทบทุกหลังคาเรือน ซึ่งมีอยู่กว่า1พันคนเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง ขอให้เราแจ้งว่าจะประชุมวันไหนเขาจะมาร่วมทันที
ผมเคยบอกกับผู้ใหญ่บ้านในต.กาลิซาทุกหมู่บ้าน และชรบ.ทุกคนว่าใครแก้ปัญหาในหมู่บ้านไม่ได้ หรือ ปล่อยให้มีแนวร่วมเคลื่อนไหวในหมู่บ้านก็ควรเขียนใบลาออกจากตำแหน่ง เพราะยังมีอีกหลายคนที่เขาพร้อมจะทำหน้าที่และแก้ปัญหา
และ ท้ายสุด อดีตแนวร่วมพูโล ได้ขอให้ผู้ที่หลงผิดกลับตัวกลับใจร่วมพัฒนาหมู่บ้านเหมือนเขา





