ผู้ว่าฯระยองนำผอ.ศูนย์วิจัยพิสูจน์ทรายดำ ผลไม่ใช่สารปนเปื้อนน้ำมัน ด้านปตท.จ่ายเยียวยารอบ3 อาชีพประมง600รายๆละ3หมื่นบาท
นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายบำรุงศักดิ์ ฉัตรอนันทเวช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก นางรัตนา มั่นประสิทธิ์ ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก นางวิมลกรณ์ เหล่าหัชกุลพงศ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดระยอง นายสุเมธ สายทอง หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด ลงพื้นที่สำรวจและสอบถามปัญหาผลกระทบกรณีคราบน้ำมันดิบของ ปตท รั่วไหลกลางทะเล เมื่อวันที่ 27 กค. ที่ผ่านมา โดยสอบถามจากชาวประมงเรือเล็กและแม่ค้าขายอาหารทะเลสด พร้อมนำตัวอย่างทรายที่มีทรายสีดำปน ซึ่งได้เก็บมาจากชายหาด อ.แกลง และต่างก็ มีข้อสงสัย กันว่า สาเหตุ ที่ทรายมีสีดำ มาจาก คราบน้ำมันรั่ว หรือไม่ โดยนำเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ให้เห็นต่อหน้าประชาชนและสื่อมวลชน เพื่อคลายความสงสัย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และผู้บริโภคอาหารทะเล
นายบำรุงศักดิ์ ฉัตรอนันทเวช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กล่าวว่า วันนี้ได้นำอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์มาตรวจพิสูจน์ ดินทรายที่เก็บจากชายหาดบริเวณปากคลองแกลง ที่มีลักษณะเป็นเม็ดสีดำปนอยู่ในทราย ชายหาด โดยขั้นตอนแรกนำเอาดินทรายที่สงสัยว่าปนเปื้อนน้ำมันมาผสมกับน้ำทะเลในภาชนะแก้วใส แล้วคนให้ทั่วเพื่อดูว่ามีน้ำมันปนเปื้อนหรือไม่ หากมีน้ำมันปนเปื้อนจะเห็นน้ำมันลอยขึ้นมาเป็นแถบสี ซึ่งปรากฏว่าไม่มีน้ำมันปนเปื้อน
ขั้นตอนที่ 2 ได้นำเอาดินทรายมาทำการเผาไฟ และพบว่าไฟไม่ติด แสดงว่าเม็ดทรายสีดำไม่ใช่สารปนเปื้อนน้ำมันจากนั้นได้ตรวจพิสูจน์ในขั้นตอนที่ 3 ด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูง 10 เท่า พบเม็ดทรายมีสีน้ำตาลปนเหลือง และเม็ดทรายสีดำมีลักษณะเป็นแร่ควอทช์ รูปแบบเม็ดตะกอน ซึ่งไม่ใช่ทรายที่ปนเปื้อนคราบน้ำมันแต่อย่างใด
นายบำรุงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในกรณีที่มีการสงสัยเรื่อง ทรายสีดำ ซึ่งจากการสืบค้นดู ทางฝั่งทะเล ตะวันออก จะมี หินโสโครก หินเรือแตก ซึ่งสังเกตดู น่าจะเป็นหินที่ เป็นต้นเหตุ ของ เกล็ดเล็กๆ สีดำที่ เราสงสัยกัน เพราะ หินโสโครก พวกนี้ เมื่อ ถูกคลื่น ลม ถูกพายุ ก็แตกกระจาย เศษ ชิ้นเล็กๆ ก็ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง ชิ้นใหญ่ๆ ก็ตกอยู่ในทะเล
ด้านนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่าตนทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ ของชาวระยอง ไม่ได้ทำตามคำสั่ง หรือเข้าข้าง ปตท. แต่อย่างใด ตนไม่ใช่ผู้ว่า ปตท. แต่เป็นข้าราชการของแผ่นดินเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เมื่อประชาชนเดือดร้อน ก็เข้ามาช่วยเหลือ เกิดปัญหา ก็เร่งแก้ไข ไม่ใช่สร้างภาพ แต่ทำทุกอย่างให้ข้อเท็จจริงปรากฏ จากกรณีท่อน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลครั้งนี้ มันมีผลกระทบมากมายมหาศาล นักท่องเที่ยวหาย แม่ค้าขายของไม่ได้ โรงแรมรีสอร์ท ก็ไม่มีคนพักเสียหายทั้งจังหวัดจึงต้อง เร่งให้ทาง ปตท. จัดเงินมาเยียวยา ให้กับผู้ได้รับผลกระทบ อย่างรวดเร็ว
โดยในวันนี้ ได้มีการ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก น้ำมันดิบรั่วไหล เป็นการจ่าย รอบที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นที่เทศบาล ตำบล บ้านเพ อ.เมือง ระยอง เป็นการจ่ายค่าชดเชยเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นหลังจาก จ่ายไปแล้ว จำนวน 2 รอบ โดยการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาในวันนี้เป็นกลุ่มประมงพื้นบ้าน ในเขตเทศบาลตำบลเพ ซึ่งคณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วจ่ายค่าชดเชยวันละ 1,000 บาท เป็นเวลา 30 วัน โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจะได้รับค่าชดเชยรายละ 30,000 บาท มีผู้ลงทะเบียนขอรับค่าชดเชยในวันนี้ 600 ราย และจะทยอยจ่ายให้กับกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มอื่นๆต่อไปเรื่อยๆ ส่วนกลุ่มโรงแรมที่พัก - รีสอร์ท พบว่ายังมีปัญหาอยู่ที่ค่าชดเชยจะจ่ายอย่างไร เนื่องจากค่าเสียหายไม่เท่ากัน ซึ่งต้องมีการตกลงพูดคุยกันอีกครั้งก่อนที่จะจ่ายได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับเมื่อครบกำหนดวันที่ 31 สิงหาคม ที่กำหนดให้เป็นวันสุดท้ายการลงทะเบียนผู้ขอรับค่าชดเชยเยียวยาหากผู้ที่ได้รับผลกระทบยังไม่มา ถือว่าเดือดร้อนไม่เร่งด่วนสามารถยื่นเรื่องเรียกร้องค่าชดเชยภายหลังได้ที่ทางจังหวัด เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลส่งให้ทางบริษัทฯ พิจารณาต่อไปส่วนแผน ฟื้นฟู ได้ ทำเสนอ ให้กับ ปตท.ไปแล้ว โดย จะเริ่ม จัดงานเทศกาล ชวน คนมาเที่ยวระยอง มากินอาหารทะเล จัดตามชายหาด ผลัดเปลี่ยนเวียนไปทุกหาด เริ่ม ปลายเดือน สิงหาคม นี้ เป็นต้นไป








