วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดันร่างก.ม.เอาผิดนิติกรรมอำพรางที่ดิน

"ศรีราชา"ดันร่างพ.ร.บ.เอาผิดนิติกรรมอำพรางที่ดิน ปิดช่องต่างด้าวยึดครอง เพิ่มความผิด นักกฏหมาย-ทนาย

นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุม หน่วยงานที่มีอำนาจในการเสนอกฎหมายและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ส.ส. ส.ว. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและร่วมกันผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระความผิดลักษณะตัวแทนอำพราง พ.ศ... โดยร่างต้นแบบกฎหมายดังกล่าวที่มีทั้งสิ้น 40 มาตรา มีประเด็นสาระสำคัญคือมีคณะกรรมการธุรกรรมอำพราง คณะกรรมการกองทุนเพื่อการให้สินบนนำจับ เพิ่มโทษคนต่างชาติที่เป็นตัวการ ผู้จัดการ หรือกรรมการที่มีส่วนทำนิติกรรมอำพราง ให้จำคุก 5 ถึง 20 ปี หรือปรับ 5 แสนถึง 2 ล้านบาท ขยายโทษไปถึงคนไทยที่เป็นผู้สนับสนุน ช่วยเหลือในการทำนิติกรรมอำพราง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักกฎหมาย หรือทนาย ให้มีความผิดมีโทษจำและปรับ เป็น 2 ใน 3 ของตัวการ และมีมาตราการผ่อนปรน ด้วยบทเฉพาะกาล โดยให้ผู้ที่กระทำการโดยเลี่ยงกฎหมาย สามารถจัดการ หรือปรับธุรกรรมให้ถูกต้องภายใน 1 ปี ก็จะยกเว้นไม่ต้องรับผิด

นายศรีราชา กล่าวว่า จากผลการศึกษาพบว่าการทำธุรกรรมในลักษณะตัวแทนอำพราง(Nominee) ที่เกี่ยวกับการครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สามารถพบการกระทำในรูปแบบ การสมรสกับคนไทยแล้วให้คู่สมรสผู้มีสัญชาติไทยถือครองที่ดินแทนตน แต่สิทธิในการใช้ประโยชน์ในที่ดินยังคงเป็นของคนต่างด้าว . การให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้ซื้อที่ดินและมีการทำสัญญากู้ยืมเงิน จำนอง หรือทำสัญญาเช่าไว้กับคนต่างด้าวเพื่อเป็นหลักประกันในที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ที่คนต่างด้าวเป็นผู้ออกเงิน การทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยอาศัยการจดทะเบียนและมีหลักฐานทางทะเบียนเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย แต่ในทางปฏิบัติปรากฏว่าแม้นิติบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งคนไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่งก็ตาม แต่อำนาจในการควบคุมกิจการยังเป็นของคนต่างด้าว โดยคนต่างด้าวมี หุ้นบุริมสิทธิซึ่งมีสิทธิพิเศษในการควบคุม (Control) การบริหารจัดการบริษัท

"ปัจจุบันที่ดินสวยๆ ริมทะเลในจ.ภูเก็ตเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีเกาะช้างจ.ตราด กว่าร้อยกว่า 90 ตกเป็นของคนต่างด้าว หรือแม้แต่หาดบ้านเพ จ.ระยอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล 15 ตำบลก็ยังบกว่าหาดเพ ยาว 10 กิโลกเมตรกลายเป็นของต่างชาติไปแล้ว 9 กิโล ฉะนั้นที่ดินชายทะเลสวย ๆ ตกอยู่ในเมืองของคนต่างชาติแล้วมากกว่าครึ่งของที่ดิน และที่น่าเป็นห่วงคือในภาคการเกษตร ก่อนหน้านี้สิงค์โปร์เข้ามาขออนุญาตกรมที่ดิน ปลูกผลไม้ แล้วไปขึ้นโฆษณาในเครื่องบินของสายการบินสิงค์โปร์ เชิญชวนนักท่องเที่ยวว่าหากอยากกินผลไม้อร่อย ต้องกินที่สิงค์โปร์ ทั้งๆ ที่ผลไม้นั้นปลูกในแผ่นดินไทย ฉะนั้นอนาคตที่เราจะเปิดประชาคมอาเซียน นโยบายของรัฐจะปล่อย ๆ เฉย ๆ ไม่ได้ ต่างชาติ เขาจะเข้ามายึดหมด ซึ่งไมได้ยึดเฉพาะที่ดินอย่างเดียว แต่จะมาประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัยและที่ยังไม่ตื่นตัวกันในขณะนี้ก็คือภาคเกษตรกรรม เพราะแหล่งเพาะปลูกอาหารของโลกมันลดน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่โซนเพาะปลูกที่ดีที่เป็นครัวของโลก ก็คือโซนของประเทศไทย ลาว พม่า ฉะนั้นถ้าเราดูแลไม่ดี ไม่สามารถทำให้สิทธิประโยชน์และผลประโยชน์ตกเป็นของคนไทย ตรงนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาของชาติในที่สุด"นายศรีราชา กล่าว