ทนายแนะพนักงานสอบสวนคดีฆ่า "เอกยุทธ" ให้ลงไปสอบปากคำ"บอล"
นายเจษฎา อนุจารี ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ สภาทนายความ กล่าวถึง คดีฆาตกรรมนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ที่ทนายความของนายเอกยุทธ ออกมาระบุว่าผู้ต้องหากลับคำให้การว่ามีคนจ้างวานให้ฆ่านายเอกยุทธด้วยเงิน 3 ล้านบาท และกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ออกมาชี้พิรุธว่าเป็นการฆ่าของมืออาชีพโดยวิธีท่าพิเศษ ว่า กรณีการกลับคำให้การของนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล ผู้ต้องหาในคดีนี้ เป็นการพูดกับทนายความที่ทนายความนายเอกยุทธ ส่งไปพบกับนายสันติภาพ ที่เรือนจำ แต่ไม่ได้มีการบันทึกปากคำของผู้ต้องหาที่กลับคำให้การส่งพนักงานสอบสวน ในส่วนของกรรมการสิทธิฯ ก็เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตในคดีนี้ ไม่ได้ส่งผลรายงานสรุปคดีให้พนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน ดังนั้นทั้งสองกรณีจึงยังไม่มีผลต่อรูปคดีนี้
"แต่พนักงานสอบสวนที่ดี เมื่อเห็นข่าวว่าผู้ต้องหากลับคำให้การ ก็ต้องรีบวิ่งไปหา สืบสวนและสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด พนักงานสอบสวนควรไปพบกับผู้ต้องหารายนี้คือนายสันติภาพที่เรือนจำ ไม่ใช่นั่งรอให้ข้อมูลมาถึงตน สอบสวนนายสันติภาพเลยว่า ใครเป็นคนจ้าง ใครเป็นติดต่อ จ่ายเงินกันอย่างไร ใครเป็นคนมีสีที่ลงมือฆ่า มีใครอีกบ้างที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ นอกจากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว เช่นเดียวกันกับกรณีของกรรมการสิทธิฯที่ตั้งข้อสังเกตข้อพิรุธในคดีนี้ พนักงานสอบสวนก็ต้องไปสอบถามข้อมูลจากกรรมการสิทธิฯเช่นกัน " นายเจษฎา กล่าว
นายเจษฎา กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้เมื่อพนักงานสอบสวนส่งสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการ แม้ว่าปกติอัยการจะดูเพียงพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดี แต่เมื่อปรากฏข่าวออกมาว่าผู้ต้องหากลับให้การหรือกรรมการสิทธิฯออกมาชี้พิรุธทางคดี ถือว่ามีเบาะแสในทางคดี อัยการก็สามารถสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่กรรมการสิทธิฯตั้งข้อสังเกตหรือสอบปากคำของนายสันติภาพ ผู้ต้องหาที่กลับคำให้การว่ามีการจ้างวานฆ่าไม่ใช่การฆ่าโดยประสงค์ต่อทรัพย์อย่างที่นายสันติภาพ เคยให้การไว้ในชั้นสอบสวน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้พยานหลักฐานในคดีครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด เพราะว่าในรูปคดีหากไม่มีการตั้งเรื่องตั้งแต่ต้นในชั้นพนักงานสอบสวนว่ามีใครเป็นคนจ้างวานฆ่าหรือใครเป็นคนมีสีที่ลงมือฆ่า ไม่มีการแจ้งข้อหากับคนเหล่านี้ตั้งแต่ต้น เมื่อสำนวนคดีไปถึงศาล แล้วเกิดนายสันติภาพ เบิกความต่อศาลว่ามีคนอื่นอีกที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนายเอกยุทธนอกเหนือจากผู้ต้องหา 4 คนที่ถูกดำเนินคดีในคดีนี้ ศาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะไม่ได้มีการฟ้องคนเหล่านั้นเป็นจำเลยต่อศาล






