วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทช.ฟ้องปตท.หลังพบปะการังฟอกขาว70%

ทช.จ่อฟ้องค่าเสียหายเอกชน หากพบปะการังฟอกขาว 70% พื้นที่กว่า 50 ตร.ม. เผยอยู่ระหว่างพิจารณาข้อกฎหมายดำเนินคดี ยันไม่มีละเว้น

จากกรณีผลกระทบจากคราบน้ำมันดิบรั่วลงทะเลระยอง โดยเฉพาะที่อ่าวพร้าว อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ซึ่งเริ่มมีรายงานการฟอกขาวของปะการังบางส่วนนั้น

นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจของนักวิชาการ ทช. ระหว่างวันที่ 2-3 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์ปะการังมีสภาพเป็นปกติ แต่มีปะการังบางโคโลนีบางส่วนมีเมือก สาเหตุเบื้องต้นอาจเกิดจากความเครียดของปะการังเอง หลังจากที่นักวิชาการได้ไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 7 ส.ค.นี้ พบปะการังบริเวณด้านซ้ายของอ่าวพร้าว ปะการังบางโคโลนีมีการฟอกขาว 70% ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตร.ม. ส่วนในบริเวณอื่นๆ แนวปะการังยังอยู่ในสภาพปกติ

สถานการณ์ดังกล่าวนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการให้ ทช.วางทุ่นในทะเลเพื่อป้องกันพื้นที่แนวปะการังบริเวณที่มีการฟอกขาวนี้ เพื่อลดการรบกวนต่อแนวปะการังเพิ่มเติม และช่วยให้ปะการังฟื้นฟูตามธรรมชาติได้เร็วขึ้น รวมทั้งขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว นักดำน้ำ ผู้ประกอบการและเรือประมง ลดการรบกวนพื้นที่ดังกล่าวด้วย นอกจากนี้กำชับให้ ทช.ตรวจสอบสถานการณ์ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและรายงานให้ทราบ ซึ่ง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีจีซี จะเป็นผู้รับผิดชอบการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

"ทช.กำลังพิจารณาว่ามีระเบียบและข้อกฎหมายใดที่จะสามารถดำเนินคดีกับเอกชน หากมีช่องทางฟ้องร้องได้ ก็จะไม่ละเว้น โดยเบื้องต้น ขอให้ ทช.ตรวจสอบชัดเจนว่ามีผลกระทบเกิดขึ้นตรงไหน ไม่ห่วงเรื่องฟ้อง ปตท.เพราะเชื่อว่าเขามีศักยภาพที่จะชดเชยได้แน่นอน" นายนพดล กล่าว

ด้านนายปินสักก์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งและป่าชายเลน ทช. กล่าวว่า ปะการังที่พบว่ามีเกิดการฟอกขาวในขณะนี้ยังไม่ได้ตายทันที มีโอกาสฟื้นฟูกลับมาได้แต่ต้องไม่มีกิจกรรมไปรวบกวน ทั้งนี้ ทช.จะเก็บข้อมูลปะการังมาวิเคราะห์ คาดว่าจะสรุปภายใน 1 สัปดาห์นี้ว่า ปะการังที่ฟอกขาวนั้นเป็นผลกระทบมาจากคราบน้ำมันหรือไม่ รวมทั้งจะต้องติดตามอาการฟื้นตัวของปะการังที่อ่าวพร้าวเป็นระยะ ทุก 1 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี

นายสัมฤทธิ์ ชุษณะทัศน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวถึงคราบน้ำมันที่ชายหาดอ่าวพร้าวว่า ในเชิงวิชาการคราบน้ำมันดังกล่าวมีโอกาสปนเปื้อนลงไปชั้นน้ำตื้น หากมีการสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้โดยคราบน้ำมันติดตามน้ำใต้ดินเข้าไปสู่บ่อน้ำตื้น อย่างไรก็ตามกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ล่าสุดยังไม่มีรายงานผลกระทบกับผู้ที่ใช้บ่อน้ำตื้นเกาะเสม็ด ซึ่งต้องติดตามเป็นระยะในช่วง 1 ปี เนื่องจากสภาวะแวดล้อมที่มีคราบน้ำมันอาจยังอยู่ใต้ดิน และค่อยๆ ปล่อยออกมาในตัวสารที่เกี่ยวข้อง หรือสิ่งมีชีวิตที่ช่วยในการกำจัดคราบน้ำมัน อาจทำให้สภาพแวดล้อม คุณภาพน้ำกลับมาเป็นปกติ