กรมเจ้าท่า เตรียมนำผลสอบของกระทรวงพลังงานและดีเอสไอมาประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีน้ำมันรั่ว คาดสิ้นเดือนนี้ได้ข้อสรุป
นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวถึง กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เข้าข่ายกระทำความผิดโดยประมาท ตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 , พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 , พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จากกรณีปล่อยให้น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลกลางทะเล จังหวัดระยองว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลสอบของดีเอสไอ เพราะเป็นผลสอบคนละส่วนกัน ซึ่งในส่วนของกรมเจ้าท่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว โดยมีหัวหน้าเป็นประธาน ขณะนี้ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกภาคส่วน
"ผลสอบข้อเท็จจริงของกรมเจ้าท่าจะได้ข้อสรุปประมาณช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนส.ค. เพราะต้องรอนำข้อมูลจากผลสอบของกระทรวงพลังงานมาประกอบการพิจารณา เนื่องจากกระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ คาดว่าสัปดาห์หน้ากระทรวงพลังงานจะแถลงผลสอบได้ ส่วนผลสอบของดีเอสไอที่สรุปว่า น้ำมันรั่วครั้งนี้เข้าข่ายประมาทและเตรียมบรรจุเข้าเป็นคดีพิเศษนั้น ถือเป็นอำนาจที่ดีเอสไอสามารถทำได้ แต่เป็นคนละส่วนกับกรมเจ้าท่า หากดีเอสไอต้องการจัดส่งข้อมูลผลสอบมาให้กรมเจ้าท่านำไปพิจารณาประกอบผลสอบด้วยก็ไม่ขัดข้อง"นายศรศักดิ์กล่าว
สำหรับการสอบข้อเท็จจริงของกรมเจ้าท่า ได้ตั้งประเด็นสอบข้อเท็จจริงไว้หลายข้อ เช่น PTTGC มีการปฏิบัติตามขั้นตอนการขนถ่ายน้ำมันตามที่แจ้งไว้ครบถ้วนหรือไม่ อุปกรณ์ที่ขนถ่ายมีความพร้อมในการปฏิบัติงานหรือไม่ รวมไปถึงบุคลากรที่ปฏิบัติงานทำตามหน้าที่และขั้นตอนถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยหากผลสอบสรุปว่าปัญหาเกิดจากการกระทำที่ประมาทของ PTTGC กรมเจ้าท่าในฐานะเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 จำเป็นต้องฟ้องร้องคดีอาญา กับ PTTGC เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ในข้อหาทำให้น้ำมันรั่วลงทะเลจนสร้างความเสียหายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม






