"ปานปรีย์"ลั่นให้พีทีทีจีซี เร่งเยียวยาผู้เสียหายเต็มที่ ไม่ต้องรอศาล ปรับนโยบายปตท.ให้น้ำหนักด้านสิ่งแวดล้อม-สังคม
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่ของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีจีซี ให้สัมภาษณ์ "สำนักข่าวเนชั่น" เกี่ยวกับเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันของพีทีทีจีซีรั่วในทะเลที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า ทาง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความเสียใจไปแล้ว ซึ่งทางบริษัทไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก
"ในฐานะที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแม่ของ พีทีทีจีซี เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องนี้มาก ในอดีตเราเคยมีนโยบายให้ระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ หลังจากนี้ไปเราจะต้องเพิ่มความเข้มข้นให้มากขึ้น ซึ่งวันจันทร์หน้า(5 ส.ค.) จะมีการประชุมบอร์ดบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นนัดพิเศษ เพื่อซักถามทางฝ่ายจัดการของพีทีทีจีซี ว่าสถานการณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างไร มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาไปเพียงใด มีการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนไปอย่างไรบ้าง และจะแก้ปัญหาในอนาคตอย่างไร" นายปานปรีย์ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
นายปานปรีย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ออกมาพูดอะไรนั้น เพราะเห็นว่าทางพีทีทีจีซีกำลังทำงานอยู่ในพื้นที่ จึงรอให้ทางพีทีทีจีซีทำงานไปก่อน อย่างไรก็ตามทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ถือหุ้นใหญ่ในพีทีทีจีซี ได้ให้นโยบายไปชัดเจนแล้วว่า ถ้าต้องใช้เงินทองไปในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเท่าไร ก็ให้ทำได้เต็มที่ ที่สำคัญให้เร่งดำเนินการโดยไม่ต้องรอกระบวนการฟ้องร้องตามกฎหมาย
"ในฐานะประธานบอร์ด ปตท. ผมให้นโยบายไปชัดเจนว่ากรณีผู้เดือดร้อน หากสามารถช่วยเหลือไปก่อนได้ ขอให้ดำเนินการไปเลย ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่ต้องรอศาล เช่น รีสอร์ทในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก็เอาตัวเลขมาดูเลยว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วรายได้เขาเป็นอย่างไร เขาจะต้องได้รับเสียหายไปอีกแค่ไหน กรณีอย่างนี้สามารถคำนวณออกมาได้เลย เรื่องการเยียวยาผู้เสียหายทางทางบอร์ด ปตท.ไม่มีข้อขัดข้องประการใด"
ส่วนกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นมีการดำเนินการผิดพลาดหรือไม่นั้น ประธานบอร์ด ปตท. กล่าวว่า ในการประชุมวันจันทร์น่าจะได้ซักถามกันในเรื่องนี้ "ในตอนแรกเราก็ได้รับข้อมูลมาว่าทางพีทีทีจีซีจะเอาอยู่ คือสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้คราบน้ำมันมาถึงชายฝั่งได้ทั้งหมด แต่กลายเป็นว่าสลายคราบน้ำมันไปได้แค่บางส่วนเท่านั้น"
"เหตุการณ์นี้เหมือนเป็นนาฬิกาปลุกให้ชาว ปตท.หันกลับมาดูว่าตัวเองต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งผมได้ให้นโยบายไว้ชัดเจนตั้งแต่ตอนเข้ามารับตำแหน่ง(เมื่อเดือนที่แล้ว) แล้วว่า ปตท.ต้องให้น้ำหนักกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมให้มากขึ้น ที่ผ่านมาก็ถือว่าให้น้ำหนักมากแล้ว แต่ยังไม่พอ ตอนนี้บริษัทในระดับนานาชาติเขาเปลี่ยนไปหมดแล้ว ต้องให้น้ำหนักด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมให้อยู่ในระดับเดียวกับด้านธุรกิจ" นายปานปรีย์ กล่าว
ประธานบอร์ด ปตท. กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้(เสาร์ 3 สิงหาคม) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์และทิศทางของ ปตท.ในอนาคต ตนจะได้ย้ำนโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม อย่างไรก็ตามการประชุมดังกล่าวได้กำหนดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันรั่ว





