วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อานนท์'ชี้พบฟิล์มน้ำมันกระจายถึงแกลง

"อานนท์"ชี้พบฟิล์มน้ำมันกระจายถึงแกลง เนื่องจากคลื่นและทิศทางลมค่อนข้าง

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยาผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลฝั่งอ่าวไทย โดยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (30 ก.ค.) เวลา 6 นาฬิกา จะเห็นว่าน้ำมัน ซึ่งมีลักษณะเป็นฟิล์มน้ำมันได้ออกห่างจากชายฝั่ง แกลงพอสมควร โดยสถานการณ์ในภาพรวมถือว่าดีขึ้น แต่ยังคงพบฟิล์มน้ำมันบริเวณเขตอุทยานแหลมหญ้า รวมถึงอ่าวอื่นๆ ที่อยู่ถัดมาจากอ่าวพร้าว เช่นแหลมถ้ำ แหลมน้อยหน่า และท่าเรือเกาะเสม็ด

อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าฟิล์มน้ำมันได้กระจายไปถึงชายฝั่งบางส่วน รวมถึงเกาะที่อยู่ใกล้เคียง เนื่องจากคลื่นและทิศทางลมค่อนข้างแรง มีฝนตกเกือบทั้งวัน ลมตะวันตกเฉียงใต้ยังมีอิทธิพลให้คราบน้ำมันไปทางทิศตะวันออกมากขึ้น บริเวณชายหาดบ้านแพ แกลง และปากน้ำประแสร์ ยังเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูง กรณีหาดแม่พึงรอดพ้นจากเหตุการณ์ เว้นแต่จะมีอิทธิพลจากลมวกกลับไป แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ส่งสัญญาณไปทางนั้น

คราบน้ำมันที่เห็นบนภาพดาวเทียมมีทั้งคราบน้ำมันที่เป็นคราบหนา และคราบบางลักษณะเป็นฟิล์มน้ำมัน ปนกัน ตรงกลางคาดว่าจะหนาประมาณ 10 ซม. ส่วนที่เหลือเป็นฟิล์มบางๆ กระจายอยู่โดยรอบ

สำหรับข้อมูลที่บอกว่าประมาณน้ำมันที่รั่วไหลมีมากถึง 2-3 ร้อยตัน ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากคราบน้ำมันที่เห็นในภาพ กว้าง 10-15 ตร.กม ยาว 8 ตร.กม. ถ้าฟิล์มน้ำมันหนาประมาณ 1 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำมันคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 15 ตัน ซึ่งปัจจุบันมีการมีการกระจายไปบางส่วน ไม่เช่นนั้นภาพน้ำมันบนภาพจะต้องใหญ่กว่านี้มาก ยืนยันว่าไม่เกิน 100 ตันแน่นอน

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลมากกว่านี้ ระดับ 200 ตันที่เกาะสีชัง และคลองด่าน แสมสารหากดูข้อมูลของคลื่นและกระแสน้ำจากสถานีเรดาร์ชายฝั่งจะเห็นว่า คราบน้ำมันเคลื่อนที่ตามกระแสน้ำขึ้นน้ำลง เและการปั่นป่วน ระหว่างผ่านเข้าไปยังช่องระหว่างแหลมหญ้าและเกาะเสม็ด ทำให้น้ำมันกระจายไปทุกทิศทุกทาง โดยอ่าวพร้าวได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงแหลมอื่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เช่นแหลมหญ้า แหลมถ้ำ แหลมน้อยหน่า

น้ำมันส่วนใหญ่ถูกชายฝั่งดักไว้ ทำให้เชื่อได้ว่ายังมีคราบน้ำมันเหลืออยู่ที่บริเวณชายฝั่งอุทยานเขาแหลมหญ้า มากพอสมควรในลักษณะคราบน้ำมันสะสม ซึ่งยังไม่ปรากฏเป็นข่าว

วันนี้คราบน้ำมันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เริ่มเล็กลง แต่ถามว่าวันพรุ่งนี้จะหมดไปหรือไม่ อาจต้องส่งคนเข้าไปดูในต้นทาง เนื่องจากลมและกระแสน้ำเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกระจายตัวของคราบน้ำมันค่อนข้างมาก

นายอานนท์ กล่าวว่า น้ำมันที่จะคงเหลือเข้าฝั่งวันนี้จะไม่ใช่น้ำมันหลัก หรือน้ำมันตั้งต้น แต่เป็นฟิล์มน้ำมันบางๆ ที่อาจมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์ แต่ประมาทไม่ได้ เพราะแม้จะหนาเพียง 50-100 ไมครอน ฟิล์มน้ำมันที่กระจายอยู่ยังคงมีปริมาณมากเป็นตัน กินพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบยาวหลาย 10 ตารางกิโลเมตร จากแหลมหญ้า ถึงปากน้ำประแสร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

ฟิล์มน้ำมันซึ่งไม่ได้ทำให้สิ่งมีชีวิตตายในทันทีแต่จะสะสมเข้าไปสู่ระบบนิเวศน์ เนื่องจากน้ำมันมีองค์ประกอบทางเคมีอีกหลายตัวที่เป็นอันตราย เช่นสารในกลุ่มอะโรเมติก PAHs หรือแม้แต่โลหะ ในระยะยาวฟิล์มที่เคลือยอยู่บนหินหรือทรายจะค่อยระเหยไป ซากสุดท้ายที่ระเหยไม่ได้จะเหลือเป็นก้อนน้ำมันดินหรือ ทาร์บอล ลักษณะ เหนียว ดำเป็นก้อน ทิ้งไว้

อีก 3-4 เดือนนับจากนี้ คาดการณ์ว่าบริเวณชายฝั่งจะมีทาร์บอลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแม้จะไม่เป็นภัยมาก แต่หากสร้างความรำคาญให้กับสิ่งมีชีวิตชายฝั่ง เช่นนก อย่างไรก็ตาม ปัญหาทาร์บอลไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะปัจจุบัน ชายหาดหลายแห่งพบเห็นทาร์บอลที่มาจากน้ำมันของเรือประมง สะสมวันละเล็กน้อยจนกลายเป็นก้อนน้ำมันในที่สุด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลา 5-7 วันนับจากนี้ น่าจะขจัดสิ่งที่ดูน่าสยดสยองออกไป แต่น้ำมันไม่ได้หายไปไหน ในระยะยาว 3-6 เดือนข้างหน้า ฟิล์มน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์มากน้อยขนาดไหน ยังต้องจับตา

ส่วนในวันนี้ สทอภ. ได้สั่งดาวเทียมระบบเรดาห์ ถ่ายภาพในบริเวณดังกล่าวเพิ่มติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะได้ภาพถ่ายดาวเทียมเวลา 6 โมงเช้า ซึ่งต้องรอการวิเคราะห์ไม่เกินเที่ยงวัน และสั่งถ่ายอีกครั้งเวลา 6 โมงเย็น ซึ่งคาดจะได้ผลการวิเคราะห์ภาพประมาณ 2 ทุ่มของวันนี้ (31ก.ค.)

สถานการณ์ของคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเล จังหวัดระยอง วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 จากภาพถ่ายดาวเทียมและสถานีเรดาร์เพื่อการตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำชายฝั่ง แสดงให้เห็นอาณาบริเวณของคราบน้ำมันที่เป็นฟิล์มบางๆ ที่ยังมีอยู่ทางด้านเหนือของเกาะเสม็ด ซึ่งมีขนาดลดลงจากเมื่อวานนี้เล็กน้อย (ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร) และมีการกระจายตัวของฟิล์มน้ำมันบางส่วนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเสม็ด โดยฟิล์มน้ำมันเหล่านี้น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากมวลน้ำมันที่สะสมบริเวณด้านเหนือของอ่าวเสม็ด ซึ่งควรจะมีการสำรวจภาคพื้นดินอย่างละเอียดและขจัดออกด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อลดปริมาณต้นกำเนิดของคราบน้ำมัน มิฉะนั้นก็จะยังมีการแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายวันหรือสัปดาห์

ถึงแม้ว่าคราบน้ำมันที่เป็นฟิล์มบางๆ นี้อาจจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเฉียบพลัน แต่สารเคมีบางชนิด เช่น สารอินทรีย์ในกลุ่มอะโรมาติคและโลหะบางชนิดที่มีในน้ำมันดิบอาจจะสะสมในสิ่งมีชีวิตและถ่ายทอดตามห่วงโซ่อาหารในทะเลสู่ผู้บริโภคขั้นสูงได้ รวมทั้งองค์ประกอบที่สลายตัวได้ยากจะรวมตัวและสะสมเป็นก้อนน้ำมันดิน (Tar Ball) ตามชายหาดต่างๆ ในระยะยาว ดังนั้นจึงควรมีการกำหนดแผนการป้องกันและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตทางทะเลในบริเวณนี้ในระยะยาวต่อไป