'สุขุม'เปิดแถลงการณ์14ข้อ ค้านสึกเณรคำ

'สุขุม'เปิดแถลงการณ์14ข้อ ค้านสึกเณรคำ

ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม เปิดแถลงการณ์ 14 ข้อ ค้านสึก"เณรคำ"

นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม กล่าวตนได้เปิดคำแถลงข่าวที่บ้านพัก อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ว่า (1) แถลงข่าว เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2556 กระผมนายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ขอแถลงข่าวดังต่อไปนี้ครับ 1.การที่ฝ่ายการปกครองของสงฆ์ ที่ทำการสึกหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก โดยวิธี อ่านหนังสือให้ฟัง ซึ่งผมก็งงอยู่นะครับว่า ท่านอ่านให้ใครฟัง แต่เอาล่ะในเมื่อท่านบอกว่า วิธีสึกพระของท่านโดยการเขียนหนังสือเอาข้างเดียว แล้วอ่านให้ฟัง ถึงแม้ว่าพระวิรพล ฉัตติโก จะได้ฟังหรือไม่นั้น ท่านถือว่าสึกแล้ว คำถามต่อมา ถามว่า การสึกโดยวิธีนี้ มันถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยสงฆ์หรือไม่ เพราะเพิ่งจะมีวิธีการสึกโดยวิธีนี้ เป็นครั้งแรกในโลก

2.ปัญหาที่ตามมา คือการสึกโดยวิธีนี้ มีผลโดยสมบูรณ์หรือไม่

3.ข้ออ้างที่นำมาใช้สึกหลวงปู่เณรคำ ที่เจ้าคณะจังหวัดอุบลนำมาอ้างคือ ถ้าไม่มาให้การในวันที่ 12 กรกฎาคม นี้ ถือว่า มติสงฆ์ ให้ขับออกจากสังกัด ถือว่าเป็นพระเร่ร่อน มีผลให้สึกได้ แล้วโยนให้อุปชาย์เป็นคนสึก ประการแรกผมขอถามว่า ก่อนหน้าที่ท่านจะสึกโดยวิธีอ่านหนังสือนั้น พระวิรพลได้มีสังกัดแล้ว โดยอยู่ในสังกัดวัดในต่างประเทศ ข้อกล่าวหาในข้อนี้ก็หมดไปแล้ว แต่แทนที่ท่านจะหยุดเพียงเท่านี้ ท่านกลับเอาคำสั่งลับของดีเอสไอที่อ้างว่า มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า หลวงปู่เณรคำ มีความสัมพันธ์กับสีกา ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ พิสูจน์ความเป็นพ่อเป็นลูก ที่ท่านอ้างว่าจะตรวจดีเอ็นเอจากปู่ จากย่าแทนการตรวจของพ่อได้ แต่ในความเป็นจริงพ่อแม่ของหลวงปู่ ท่านไม่ยอมให้ตรวจ

4.ท่านธาริต กับท่านนพ.เอนก แห่งเนติวิทยาศาสตร์ ท่านต้องตอบ สังคม ตอบนักกฏหมาย และตอบแพทย์ทั้งหลายที่เขาสนใจในคดีนี้ให้ได้ ว่าท่านใช้หลักการอะไรในการสอบสวน ใช้หลักการอะไรในวิชาแพทย์ศาสตร์ ผมอยากจะบอก ว่า ท่านทำแบบนี้ ประชาชนเขาคิดถึงคุณหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ครับ ต่อไปสังคมเขาจะไม่เชื่อถือสถาบันนี้อีกแล้ว ศาลก็อาจจะไม่เชื่อก็ได้

5.ปัญหาต่อมาคือเมื่อพยานหลักฐานอ่อนศาลท่านไม่เชื่อถือ ถ้าหากคดีข่มขืนกระทำชำเรา ที่ท่านกล่าวหาว่าหลวงปู่เณรคำ ข่มขืนเด็กอายุ 13 ปี ถ้าหากศาลยกฟ้อง หลวงปู่เณรคำไม่ผิด การสึกพระโดยวิธีนั่งอ่านให้ฟัง จะไม่โมฆะหรือครับ

6.การต่อสู้ของกระผม และเครือข่ายบ้านวิมุติธรรม เป็นการต่อสู้แบบสันติ โดยยึดหลักวิชาทางด้านกฏหมาย และพระธรรมวินัย เพื่อให้ฝ่ายปกครอง ทั้งทางดีเอสไอ กองปราบ ปปง. และฝ่ายปกครองสงฆ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเฉพาะเรื่องอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแต่ปัจจุบันกระผมขอกราบเรียนว่า การปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอ และปปง. ได้ปฏิบัติหน้าที่ข้ามขั้นตอน ที่กฏหมายได้บัญญัติไว้ กล่าวคือ ขณะนี้กระผมขอกราบเรียนว่า ยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา คือหลวงปู่เณรคำมาสอบสวนก่อน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ขณะนี้หลวงปู่เณรคำ ได้ถูกขับออกจากสังกัดจังหวัดอุบลแล้ว และทางดีเอสไอก็ยังไม่ทราบ ว่าผู้ถูกกล่าวหามีที่อยู่ตามภูมิลำเนาใด คือยังไม่ทราบแน่ชัด ยังไม่สามารถออกหมายเรียกได้ ตามมาตรา 53 และมาตรา 55 แต่ทางดีเอสไอจะเร่งให้มีการออกหมายจับเลย เพื่อที่จะให้มีการถอนวีซ่า โดยจะขอความร่วมมือไปยังสถานฑูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย เพื่อให้งดวีซ่าของหลวงปู่เณรคำ ซึ่งตามกฏหมายแล้วยังถือว่าท่านไม่มีความผิด เพราะยังไม่มีคำพิพากษา

7.กระผมคิดว่าการปฏิบัติหน้าที่แบบรีบเร่ง ข้ามขั้นตอนของกฎหมายของดีเอสไอ จะทำให้องค์กรของดีเอสไอ ซึ่งมีภาพพจน์ออกมาดีตลอด จะเกิดความเสียหายทั้งในสายตาของคนไทย และชาวต่างประเทศได้ จึงขอเตือนด้วยความหวังดีว่า ขณะนี้เครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ ประกอบด้วยนักกฏหมาย ครูบาอาจารย์ที่สอนกฎหมายอยู่ทั่วประเทศ ถ้าเขาทนไม่ไหว เขาอาจจะร้องเรียน ขอความเป็นธรรม นายกรัฐมนตรี สิทธิมนุษยชน ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา กรรมาธิการฝ่ายปกครองเรียกท่านไปสอบ และอาจจะฟ้องศาลปกครองเอาได้

8.กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านธาริต ในฐานะที่เป็นอธิบดีกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กลับไปเรียนวิชาการสืบสวน สอบสวน การออกหมายเรียก และการออกหมายจับเพิ่มเติม ก่อนที่ท่านจะเสนอให้ท่านฑูตของสหรัฐอเมริกา ยึดวีซ่า และให้กระทรวงการต่างประเทศถอนหนังสือเดินทางของพระวิรพล สุขผล

9.เพื่อเป็นการกำหนดแผน ตอบโต้ ในเชิงรุก เครือข่ายบ้านวิมุติธรรม มีความจำเป็นเหลือเกินที่จะทำการสะกัดกั้นทุกทาง เพื่อไม่ให้ฝ่ายปกครองได้ใช้อำนาจของรัฐไปในทางที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง กระผมมีความจำเป็นเหลือเกินครับ ที่จะต้องไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ท่านได้ตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาคำร้อง ขอให้มีการถอนหนังสือเดินทางของพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำของ ดีเอสไอ อย่างละเอียดรอบคลอบ และเป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย

10.กระผมจะเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อสถานฑูตสหรัฐอเมริกา ให้มีการพิจารณาคำร้องขอให้ทางสถานฑูตยึดวีซ่าของหลวงปู่เณรคำ เพราะหากการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกระทบกระเทือน

11.กระผมมีความจำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะปกป้องสิทธิส่วนบุคคลขั้นพิ้นฐานของกระผมเองและหลวงปู่เณรคำ ไม่ให้ดีเอสไอ และสถาบันนิติวิทยาศาตร์ ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ผมอยากจะบอกว่า การที่ท่านจะขอให้ศาลออกหมายค้นเพื่อหาหลักฐานของหลวงปู่เณรคำไปตรวจดีเอ็นเอนั้น ผมอยากจะกราบเรียนด้วยความเคารพว่า แม้แต่เส้นผมเส้นเดียวก็แป็นทรัพย์สินของหลวงปู่เณรคำ ถ้าเอาไปต้องขออนุญาตจากหลวงปู่ก่อน ไม่เช่นนั้นท่านจะโดนข้อหาลักทรัพย์แน่ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านนายแพทย์ เอนก ยมจินดา ว่าท่านความจำเสื่อมหรือว่าลืม ที่เคยสัญญากับผมต่อหน้าสื่อมวลชน ที่เขามีการบันทึกทั้งภาพและเสียงท่าน ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ผมได้ขอให้ท่านช่วยทำการพิสูจน์ภาพปริศนา ที่ผมเป็นผู้เขียนคำร้อง ขอให้ทางสถาบันนิติวิทยาศาตร์ทำการพิสูจน์ภาพนี้ว่า เป็นภาพจริงหรือภาพตัดต่อ ท่านขอเวลาผมกับสื่อมวลชนว่า ท่านขอเวลา 7 วัน แล้วจะเอาคำตอบใส่ในซองสีน้ำตาล ปิดผนึกอย่างแน่นหนา โดยจะไม่ยอมให้ใครเปิดออกดู นอกจากผม ซึ่งเป็นผู้เขียนคำร้อง ขอให้มีการพิสูจน์ภาพ แต่ท่านไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ ผมขอกราบเรียนว่า ผมมีความจำเป็นที่จะต้องร้องเรียนต่อ แพทยสภา ต่อสิทธิมนุษยชน และจะดำเนินคดีกับท่านทุกศาลผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมเสียดายที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ต้องมัวหมอง และขาดความน่าเชื่อถือ ผมอยากจะบอกว่าในยามนี้ประชาชนเขาคิดถึง คุณหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ท่านเป็นคนตรง ไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลใด ๆ

12.วันพรุ่งนี้ผมจะเอาภาพปริศนาที่ทางนิติวิทยาศตร์ ยืนยันว่าเป็นภาพจริง ไม่ตัดต่อไปให้ท่านพิสูจน์ต่อว่า ภาพที่มีคนนอนหนุนหมอน ที่ขณะนี้ทราบแล้วว่าเป็นภาพของอดีตพระสุริ น้องชายของหลวงปู่เณรคำ ที่เขาสารภาพ ทำการพิสูจน์ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

13.เพื่อความเป็นธรรม และเป็นกลางในการเสนอข่าวสาร ผมขอกราบเรียนต่อท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ท่านวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และท่านอภินันท์ จันทรรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในการใช้สถานที่ ห้องประชุมสำหรับการแถลงข่าว เป็นที่ประชุมสื่อมวลชน ในการแถลงการข่าวหลวงปู่เณรคำ เพื่อความเป็นธรรมและเป็นกลางในการเสนอข่าว เพราะที่ผ่านมา สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยคุณจอม เพรชประดับ ได้ทำหน้าที่สื่ออย่างสมบูรณ์ โดยเสนอข่าวทั้งสองด้านมาโดยตลอด

14.ในส่วนของสื่อในภาคเอกชน ที่เสนอข่าวอย่างเป็นธรรม และเป็นกลาง กระผมขอขอบคุณ นสพ.คมชัดลึก ,นสพ.มติชน และนสพ.เดลินิวส์ ขอขอบคุณครับ